2013 in Review

Standard

The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2013 annual report for this blog.

Here’s an excerpt:

The concert hall at the Sydney Opera House holds 2,700 people. This blog was viewed about 17,000 times in 2013. If it were a concert at Sydney Opera House, it would take about 6 sold-out performances for that many people to see it.

Click here to see the complete report.

บันทึกเรื่องราวของเมือง Barcelona พร้อมให้อ่านแล้วคร๊าบบ :)

Standard
Barcelona_small 018

City of Architecture

สวัสดีคร๊าบบบบบบบทุกๆคน หลังจากห่างหายไปนานหวังว่าคงยังไม่ลืมกันนะครับ กลับมารอบนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับเมือง Barcelona มาให้อ่าน และให้ชมภาพสวยๆกันครับ ตามไปอ่านได้เลยที่นี่

Barcelona – เมืองแห่งสถาปัตยกรรมในสเปน (City of architecture) 

ส่วนใครเคยไปเที่ยวมาแล้วเป็นยังไงบ้าง ก็เอามาเล่า มาแชร์ประสบการณ์กันได้เต็มที่นะครับ

แล้วพบกันใหม่รอบหน้านะครับ สวัสดีครับ!

AMORNTARtraveller ^___^)/

 

AMORNTARtraveller 2012 in review :D

Standard

ขอขอบคุณทุกท่านๆที่แวะผ่านเข้ามาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้ แล้วสัญญาว่าปีหน้าจะมีอะไรดีๆ เด็ดๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาเซอร์ไพรส์ทุกคนแน่นอนครับ สำหรับตอนนี้
… ส่งท้ายปี 2555 อย่างสวยงามด้วยบทสรุปของ Blog ทั้งหมดในปีนี้ครับ ถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ 2556 ทุกๆคนด้วยครับ

AMORNTARtraveller
^___^)/

 

Here’s an excerpt:

4,329 films were submitted to the 2012 Cannes Film Festival. This blog had 16,000 views in 2012. If each view were a film, this blog would power 4 Film Festivals

Click here to see the complete report.

“กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ ท่องเที่ยวยุโรป” ตอน เดินทางโดยรถไฟอย่างไรให้ถูก

Standard

สวัสดีทุกคนครับ!

ขออภัยจริงๆที่ห่างหายจากการ Update ไปนานพอสมควร จริงๆแล้วมีสาเหตุมาจากมรสุมการเรียนที่หนักเหลือเกินในเทอมที่แล้ว – -‘ อีกทั้งยังเป็นช่วงต่อของหลายๆอย่าง (ส่วนมากเป็นเรื่องอนาคตการเรียนต่อ และทำงานในยุโรป) จึงต้องสละเวลาอัพเดทไปจัดการเรื่องเหล่านั้นซักเล็กน้อย (จะได้มีโอกาสอยู่ยุโรปท่องเที่ยวต่อได้อีกนานๆ ;P) กลับมารอบนี้อยากจะมาอัพเดทการเดินทางในยุโรปโดยรถไฟอย่างไรให้ถูก สะดวกสบาย และปลอดภัยกันครับ  ถ้าพร้อมออกเดินทางไปด้วยกันแล้ว ก็เชิญติดตามได้เลยครับ😀

Map for railway in Europe (only for most of the major cities)

หากใครหลายๆคนได้มีโอกาสมาเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป (โดยไม่ได้พึ่งทัวร์) ผมคิดว่าโดยส่วนมากแล้วคงจะได้ใช้และสัมผัสการเดินทางโดยรถไฟกันแทบทุกคน เนื่องจากการเดินทางโดยรถไฟในยุโรปนั้นสะดวกสบายและครอบคลุมอย่างมาก ผมว่าอาจจะเป็นทวีปที่เดินทางโดยรถไฟแล้วสะดวกที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางโดยรถไฟนั้นอาจมีข้อจำกัดต่างๆอยู่บ้าง เช่นบางเมืองเล็กๆสวยๆก็ไม่มีรถไฟเข้าถึง หรือการหยุดพักก็อาจจะไม่สะดวกตามใจเราต้องการ แต่ก็ถือว่าทำให้ชีวิตการเดินทางของเราง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว บทความคราวนี้จะพยายามเขียนถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆเกี่ยวกับการใช้รถไฟในยุโรป อาทิเช่น การจองตั๋วอย่างไรให้ถูก! การจองที่นั่ง การเปลี่ยนขบวน การต่อรถไฟ (รวมทั้งการตกรถไฟ ทำอย่างไร?) และเรื่องอื่นๆมากมายให้ได้ครอบคลุมที่สุด หวังว่าทุกๆคนจะสนุกสนานไปกับการเดินทางโดยรถไฟกับ AMORNTARtraveller ครั้งนี้นะครับ

เริ่มเรื่องด้วยการจองรถไฟและการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูก บางคนเมื่อกล่าวถึงการเดินทางโดยรถไฟในยุโรปแล้วก็นึกไปถึงการเดินทางโดยใช้บัตร Eurail Pass (ยูเรลพาส) แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อว่าการใช้ตั๋ว Eurail Pass นั้น ไม่ถูกไปกว่าการจองเองเลย! (ยกเว้นบางกรณีที่เราจองกระชั้นชิดมากๆจริงๆ) หรืออย่างมากๆก็จะจบลงที่ราคาเท่ากัน แต่จะแพงกว่าซะส่วนใหญ่ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าแลกมากับความสะดวกที่เราไม่ต้องไปนั่งซื้อตั๋วรถไฟแยกแต่ละที่ แต่หารู้ไม่ว่าถ้าเรามีตั๋ว Eurail แล้ว เรายังต้องไปนั่งทำการเช็ครอบรถไฟเพื่อนเดินทางเองอีกครั้ง (งานแทบจะเท่ากัน – -‘) และการใช้รถไฟความเร็วสูง (HighSpeed Train เช่น TGV (France), Thalys (Belgium), EuroStar (UK), RailJet, etc…) ยังต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าอีกด้วย และการจองที่นั่งนั้นก็จะเสียค่าจองตั้งแต่ 2.5 – 10 Euro ตามแต่ประเทศ ตามแต่ขบวน สรุปท้ายแล้วค่าตั๋ว + ค่าจอง ก็จะเท่าๆกับการซื้อแยก (หรือแพงกว่า) แต่อาจจะลดความเสี่ยงในเวลาที่เราตกรถไฟไปบ้างก็เท่านั้น เพราะว่าเวลาถ้าเราตกรถไฟแบบ Regional train (เน้นว่ารถไฟแบบท้องถิ่น (regional)เท่านั้น ไม่ใช่การตกรถไฟความเร็วสูง) เราก็จะสามารถขึ้นขบวนต่อไปได้เลยโดยที่ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ เพราะว่าเราไม่ต้องทำการจองที่นั่งสำหรับการขึ้นรถไฟท้องถิ่น แต่ถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูงแล้วหละก็ เราก็ยังคงต้องไปตามจองที่นั่งใหม่อีกรอบเช่นกัน และในบางกรณีที่ ที่นั่งสำหรับคนที่ซื้อตั๋ว Eurail ในขบวนโดนจองไปหมดแล้ว (จำนวนที่นั่งในรถไฟขบวนหนึ่งๆที่ถูกกันไว้เพื่อนคนที่ใช้ตั๋ว Eurail มีจำนวนจำกัด ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆคือไม่ใช่ว่าเราจะสามารถจองที่นั่งได้ทั้งขบวน) เราก็จะต้องเสียค่าจองที่แพงกว่าปกติมาก (ประมานว่าซื้อตั๋วราคาปกติโดยอาจจะมีส่วนลดนิดหน่อย) ยกตัวอย่างที่เพื่อนเคยต้องจองตั๋วรถไฟ TGV จากฝรั่งเศสใหม่กระทันหันแบบมี Eurail ต้องจ่ายเงินถึง ~20 Euro แทนที่จะจ่ายแค่ค่าจอง 3 Euro ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มาอยู่อาศัยหรือเรียนในยุโรปมากกว่า 6 เดือน ท่านอาจจะมีสิทธิ์ในการซื้อตั๋วที่เรียกว่า Interrail หลักๆคือตั๋วเหมือนกันแต่สำหรับคนยุโรปใช้ ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากพอสมควรและอาจจะทำให้คุ้มค่ากับการเดินทางโดยใช้ Train Pass ก็เป็นได้ เนื่องจากการใช้ Train Pass มีรายละเอียดมากพอสมควร (ซื้อตั๋วแบบไหน, ใช้อย่างไร, เดินทางและวางแผนอย่างไรให้คุ้มค่า, validate ตั๋วอย่างไร, เดินทางข้ามคืนข้ามประเทศต้องทำอย่างไร, ฯลฯ) จึงขอยกยอดไปเขียนในคราวหน้า เพราะว่าคราวนี้ตั้งใจจะเขียนถึงเทคนิคอื่นๆที่ทางผู้เขียนได้ใช้เป็นประจำ เพื่อให้ได้เดินทางในยุโรปโดยรถไฟในราคาถูกครับ🙂

หลังจากเกร่นถึนรูปแบบตั๋วมานาน มาเริ่มพูดถึงหลักการสำคัญๆของการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูกดีกว่าครับ หลักการง่ายๆของการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูกและคุ้มค่าคือ “การซื้อให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกจังหวะ ถูกเวลา” 

  • ถูกที่ (Where to buy?) หมายถึงว่าการใช้ Website ให้ถูกต้อง ถ้าเราซื้อตั๋วรถไฟในประเทศไหนก็สมควรที่จะใช้เว็บของประเทศนั้นๆ เพราะว่าส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศจะมีการออกตั๋วโปรโมชั่นราคาถูกมาอยู่เป็นประจำครับ
  • ถูกทาง (How to buy?) หมายถึงว่าเราจะซื้อตั๋วอย่างไรให้ถูก ตั๋วลดราคาส่วนมากจะต้องทำการซื้อผ่านระบบ Online เท่านั้น (และ print ตั๋วไปจากบ้าน หรือว่าไปรับตั๋วที่เครื่องอัตโนมัติที่สถานีรถไฟ) โดยส่วนมากถ้าเรามีบัตรลดรถไฟของแต่ละประเทศเราก็จะได้ซื้อตั๋วราคาถูกลงไปอีกมาก เช่น 16-25 Railcard, SCNF 12-25, 12-30 carte, Vorteils Card, ฯลฯ ซึ่งการที่จะมีบัตรส่วนลดนั้น บางประเทศเราก็ต้องเป็น นร. หรือเป็น Citizen ของประเทศนั้น แต่บางทีเราก็ไม่จำเป็น ขอแค่เข้าเงื่อนไขอายุของบัตรแต่ละประเภทเท่านั้น บางท่านอาจจะบอกว่าการที่เราจะมีบัตรเหล่านี้เราก็ต้องเสียเงินซื้อมาอีกมิใช่หรือ? คำตอบคือใช่ แต่ว่าบางทีค่าสมัครบัตรเหล่านั้นก็ไม่แพงมาก ยกตัวอย่างเช่นบัตร Vorteils Card ของAustria สำหรับนักเรียนราคาแค่ 19 Euro เท่านั้น และสามารถใช้ส่วนลด 50% สำหรับการเดินทางได้ทันที ครั้งแรกที่ผมใช้ก็ลดราคาตั๋วจาก 60 -> 30 Euro คุ้มค่าทำบัตรทันทีหลังจากใช้ครั้งแรกเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราต้องดูดีๆว่าบัตรต่างๆราคาค่าทำบัตรเท่าไหร่ และให้ส่วนลดอะไรบ้าง (ข้อมูลเพิ่มเติมในตารางด้านล่างครับ)
  • ถูกจังหวะ (When to buy?) หมายถึงว่าการซื้อตั๋วโปรโมชั่นต้องรู้ว่าควรซื้อเวลาไหน เพราะว่าแต่ละประเทศมีการออกตั๋วโปรโมชั่นมาในระยะเวลาที่แตกต่างกันครับ เช่น ประเทศเทศทั้วๆไปส่วนมาก (พวก ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, นอร์เวย์, อังกฤษ) ฯลฯ จะออกตั๋วมาล่วงหน้าซักระยะเวลาประมาน 1-2เดือนครับ หมายความว่าถ้าเราซื้อล่วงหน้าก่อน 5 เดือนเราก็อาจจะไม่ได้ตั๋วถูก หรือว่าถ้าเราซื้อล่วงหน้าแค่ 1 อาทิตย์ ตั๋วถูกก็อาจจะโดนซื้อไปหมดแล้วครับ แต่ก็มีบางประเทศเช่นสวีเดน จะมีการออกตั๋ว Last Minutes (สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 26 และคนสูงอายุ) ซึ่งเราสามารถซื้อล่วงหน้าได้เพียงแค่ 1 วัน (24 ชม.) เท่านั้น แต่ราคาจะถูกลงไปกว่าราคาปกติมากๆ หรือหลักการง่ายๆอีกทางคือการ subscribe newsletter ของเว็บไซท์นั้นๆ ซึ่งเค้าก้จะส่งรายละเอียด Promotion มาหาเราทุกครั้งที่มี Campaign ใหม่ๆ (ถ้าเรารำคาญอีเมลเค้าเมื่อไหร่ก็สามารถกดออกได้ตลอดเวลาครับ)
  • ถูกเวลา (What time to depart?) หมายถึงว่าการซื้อตั๋วถูกนั้น ส่วนมากก็จะเป็นตั๋วในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ ชม. เร่งด่วน (non-peak time) คร่าวๆคือหลัง 9 โมงเช้า – เวลาเลิกงานเย็นๆ และหลังจาก 19-20 น. อีกครั้ง (เวลาที่แจ้งเป็นเวลาคร่าวๆและไม่จำเป็นที่จะมีตั๋วถูกเฉพาะเวลาเหล่านี้ เวลาจริงๆสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซท์ของแต่ละประเทศครับ)

ตอนนี้แต่ละท่านอาจจะงงไปกับข้อมูลต่างๆมากมาย ผู้เขียนจึงขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆของเว็บไซท์ ส่วนลด Promotion บัตรพิเศษต่างๆของแต่ละประเทศที่แค่ผ่านพบมาให้ดูกันง่ายๆครับ ส่วนรายละเอียดชัดเจนเจาะลึกรบกวนกดตามไปศึกษาจากแต่ละเว็บไซท์นะครับ เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงบ่อยครับ ตารางด้านล่างนี้เป็นการสรุปเว็บไซท์ทางการของรถไฟแต่ละประเทศรวมทั้ง Promotion ของแต่ละที่ หรือ keywords ที่ใช้ค้นหา สำหรับการซื้อตั๋วในราคาถูกครับ (ระบุเท่าที่ผู้เขียนได้เคยสัมผัส ใช้งาน และรู้มานะครับ หากผู้อ่านท่านใดอยู่ประเทศไหนหรือเคยใช้ที่อื่นแล้วมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป ระกวนช่วยแจ้งกันเข้ามา (ทาง comments หรือ email ก็ได้ครับ) ให้แก้ไข หรือเพิ่มเติมได้นะครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง😀 )

ป.ล. ส่วนมากเป็นรายละเอียดสำหรับ นักเรียน อายุไม่เกิน ~ 25-30 ปีนะครับ (บางที่ขอแค่เป็นนักเรียน บางที่ขอแค่อายุอยู่ในเกณฑ์ บางที่ต้องการทั้งสองอย่างครับ) ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุเกินก็มีส่วนลดครับ (แต่อาจจะไม่มากเท่า) จึงขออนุญาตไม่นำมาใส่ในที่นี้เนื่องจากจะเยอะมากเกินไปฮะ (หาอ่านได้จากเว็บไซท์นั้นๆครับ) 

ประเทศ Official Train Website & Promotion Keywords
สหราชอาณาจักร

(United Kingdom)

http://www.nationalrail.co.uk

http://www.scotrail.co.uk/

Discount Card:  16-25 Railcard ราคา 28 GBP ลดราคาตั๋วได้ 33% มีระยะเวลาใช้ 1 ปี

Other Discounts: National Express – Funfare (funfare นี้เป็นบริการส่วนลดของรถโค๊ช)

สเปน

(Spain)

http://www.renfe.com/EN/viajeros/index.html

รถไฟที่ประเทศนี้ราคาแพงมากๆฮะ เท่าที่ใช้ดูมาในสเปนยังไม่เจอส่วนลดเลยครับ😦 ลองพิจารณาใช้รถบัสดูครับ ใช้เวลามากกว่าหน่อยแต่ถูกกว่ามากครับ

ฝรั่งเศส

(France)

http://www.voyages-sncf.com/

ป.ล. เว็บไซท์ฝรั่งเศสไม่มีภาษาอังกฤษนะครับ ไม่ต้องพยายามหาปุ่มเปลี่ยนภาษา – -‘

Discount Card: SCNF 12-25, 12-30 Carte ราคา 49 Euro ใช้ลดราคาได้ อย่างน้อย 30% ถึงมากที่สุด 60% ครับ ตามแต่ที่ว่างที่เหลือในรถไฟแต่ละขบวน

เบลเยี่ยม

(Belgium)

Domestic: https://buy.b-rail.be/eTicketing/ETicketOrdering/InitStrutsActionToWelcome.do?lang=3

International : http://www.b-europe.com/Travel/Booking/Tickets

Other Discounts: บัตร Go10 (ต้องอายุไม่เกิน 26 ปีครับ) ราคาเหมา 10เที่ยว 50 Euro ครับ ตกเที่ยวละแค่ 5 Euro เท่านั้น เดินทางไปที่ไหนก็ได้ภายในประเทศ และสามารถใช้ร่วมกันหลายคนก็ได้ครับ เช่น เดินทางด้วยกัน 5 คนก็สามารถใช้บัตรเดียวกันได้ แต่ต้องกรอกรายละเอียดการเดินทางลงไปในบัตร 5 รอบครับ (เพิ่มเติม: http://www.b-rail.be/nat/E/tarifs/passes/go/)

นอร์เวย์

(Norway)

http://www.nsb.no/?lang=en_US

Other Discount:s Minipris (http://www.nsb.no/our-tickets/minipris-article38289-4337.html)

สวีเดน
(Sweden)
http://www.sj.se/

Other Discounts: Last Minute Ticket (Sista Minuten) สำหรับคนที่อายุตำกว่า 26, นักเรียน หรือ คนสูงอายุ

เยอรมันนี

(Germany)

http://www.bahn.de/i/view/overseas/en/index.shtml

Discount Card: Bahn Card 25

Other Discounts: Europa-Spezial

ออสเตรีย
(Austria)
http://www.oebb.at/en/index.jsp

Discount Card: VORTEILS Card (<26 ปี) ราคาแค่ 19 Euro เท่านั้นสำหรับส่วนลดfixที่ 50% (http://www.oebb.at/en/Reduction_cards/VORTEILScard/index.jsp)

Other Discounts: SpaSchiene, Discover Austria, Discover Europe

อิตาลี

(Italy)

http://www.trenitalia.com/

Other Discounts: มีส่วนลดอยู่หน้าแรกของเว็บครับ

ยังขาดอีกหลายประเทศ ถ้าผู้ใดมีข้อมูล ก็ช่วยๆกันส่งมาได้นะครับ🙂
 หลังจากที่เราซื้อตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว เรื่องต่อไปคือการไปขึ้นรถไฟจริงๆ อย่างแรกเลยคือเราต้องไปให้ถูกสถานี เพราะว่าส่วนมากเมืองใหญ่ๆ เช่น London, Paris, Vienna, ฯลฯ จะมีหลายสถานีรถไฟมาก และบางทีตั๋วราคาถูกนั้นจะไม่ออกจากสถานีรถไฟหลัก เพราะฉะนั้นเราจึงควรต้องตรวจสอบให้ดีๆก่อนถึงวันเดินทางครับ หลังจากเรามาถึงสถานีแล้ว เราก็ต้องดูให้ดีๆว่าตั๋วทีเราซื้อและ print มาจากบ้านนั้นเราสามารถใช้ได้เลยหรือไม่ หรือว่เราต้องเอา reference number ไปกดเอาตั๋วเดินทางจริงๆจากตู้อัตโนมัติอีกที (ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ถามเจ้าหน้าที่ ที่ช่องขายตั๋วครับ) และส่วนมากแล้วตั๋วราคาถูกจะไม่มีการ reserve ที่นั่งไว้ เพราะฉะนั้นถ้าเราขึ้นรถไฟไปแล้วก็มองซ้ายขวาหาที่ว่างที่ไม่มีการ reserve ไว้ได้เลยครับ บางขบวนก็ว่างมาก บางขบวนก็ต้องแย่งกันขึ้นไปหาที่นั่งว่างครับ ส่วนการจะดูว่าที่นั่งใดถูก reserve ไว้หรือไม่ หลักๆมีอยู่สองระบบครับในย่านนี้ อย่างแรกคือเป็นป้ายคำ electronic ขึ้นเหนือที่นั่งครับ ถ้าเป็นป้ายแต่ไม่มีอะไรขึ้นก็แสดงว่าว่างครับ หรือไม่ก็จะเป็นการเสียบกระดาษไว้เหนือเก้าอี้ฮะ ตำแหน่งอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละรถไฟ แต่ก็ลองมองดูรอบๆครับ ถ้ามีกระดาษเสียบอยู่ เขียนรายละเอียดว่าเก้าอี้ตัวนี้ถูกจองจากสถานีไหนถึงไหนฮะ ถ้าเค้าไม่ได้ขึ้นมาทับกับสถานีที่เราจะไป (เราลงก่อนถึงสถานีที่จะมีคนจองขึ้น) ก็สามารถนั่งได้เช่นเดียวกันฮะ

เกมบอกใบ้ ทายสถานที่ (Travel Photo Quiz)

Standard

มาเล่นเกมทายสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปกันดีกว่าครับ ใครรู้ว่าสถานที่ในรูปภาพเป็นที่ไหน หรือไม่รู้แต่ก็อยากเดาก็ลองมาร่วมสนุกร่วมทายกันตามคำใบ้ใต้ภาพได้นะครับ แล้วจะทยอยอัพโหลดภาพสวยๆมาให้ทายกันเรื่อยๆฮะ

ตามไปเล่นกันได้ที่ Facebook Fanpage นะครับ (แล้วถ้าชอบยังไงอย่าลืมกด Like หรือแชร์ให้เพื่อนๆกันด้วยนะครับ ;D )

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=1

ป.ล. ส่วนเรื่องราวและเกร็ดการท่องเที่ยว จะรีบอัพโหลดมาให้ทุกคนอ่านกันเร็วๆนี้แน่นอนครับ

AMORNTARtraveller ^_^)/

Travel Photo Quiz 11 : ตึกแห่งนี้เป็นหนึ่งในหลายสถาปัตยกรรมขึ้นชื่อของแมืองนี้ เป็นอาคารรูปปลาที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม ตั้งตระหง่าน โดดเด่นอยู่ในเมือง ลองทายกันดูครับว่าตึกที่สวยงามแห่งนี้คือตึกอะไร อยู่ที่เมืองไหน และประเทศอะไรครับ ถ้าใครเคยผ่านไปผ่านมาแถวนั้นแล้ว ไม่น่าจะยากครับ :) https://www.facebook.com/photo.php?fbid=378293935559890&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=1&theater

Insider’s Tips (from the quiz)

Quiz 10  (Château de Versailles, France) : พระราชวังแวซายส์ถือได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆของคนที่เดินทางไปยังมหานครปารีสของประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว การเดินทางไปได้โดยสะดวกโดยใช้ รถไฟที่ชื่อว่า RER สาย C แต่ให้ระวังว่ารถไฟสาย C นี้มีปลายทางสองแห่ง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะขึ้นต้องดูจุดหมายปลายทางของรถไฟให้แน่ๆครับ แต่ละขบวนจะมีชื่อเล่นเป็นของตัวเอง เราสามารถตรวจสอบได้ก่อนว่ารถไฟขบวนชื่ออะไรที่จะเดินทางไปยังพระราชวังแวซายส์ครับ หลัังจากลงรถไฟแล้วเดินไปยังพระราชวังได้ไม่ไกลครับ ประมาน 10 นาทีได้ ส่วนทิศทางไหนนั้นไม่ต้องกังวลเลย เพียงแค่เดินตามฝูงชนจำนวนมหาศาลไป เพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ต่างมีจุดหมายไปชมพระราชวังแห่งนี้ทั้งนั้น นอกจากนี้ถ้าไม่อยากต่อคิวซื้อตั๋วเข้าชมนานให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าไปจากเว็บไซท์ (http://en.chateauversailles.fr/prepare-my-visit-/single/tickets-and-rates) หรือว่าไปต่อคิวตอนเช้าๆมากๆครับ ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องต่อคิวซื้อตั๋วนานมากๆ เคล็ดลับอีกข้อหนึ่งในการเข้าชมคือ “นักเรียนของมหาวิทยาลัยในยุโรป” สามารถเข้าชมฟรีครับ! เพียงแค่โชว์ student card และ passport ครับ ถ้าคุณมีคุณสมบัติเข้าตามเงื่อนไขนี้แล้ว ให้ไปต่อคิวเข้าชมได้เลยทันที ไม่ต้องไปรอต่อคิวซื้อตั๋วครับ! สุดท้ายนี้ก่อนวางแผนไปเยี่ยมชมต้องตรวจสอบวันให้ดีๆครับ เพราะว่า ตัววังและ พท.รอบๆส่วนใหญ่จะปิดไม่ให้เข้าชมทุกวันจันทร์ครับ (สลับกับพิพิธภัญฑ์ลูฟที่ปิดทุกวันอังคาร) สุดท้ายขอให้สนุกกับการเยี่ยมชมพระราชวังที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งนี้ครับ🙂

Château de Versailles (France) : พระราชวังแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมอย่างมากของผู้ที่มาเยี่ยมเยียนเมืองหลวงของประเทศนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงได้สัมผัสด้วยตัวเอง หรือจากภาพถ่ายมาบ้าง ลองทายกันดูครับว่าเป็นที่ไหน? https://www.facebook.com/photo.php?fbid=367578899964727&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=3&theater

Quiz 9 (Alhambra, Spain) : วังอาลัมบรา (Alhambra Palace) เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมชั้นยอดของประเทศสเปน ตั้งอยู่ในเมืองกรานาดา (Granada) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ภายในถูกตกแต่งประดับประดาด้วยศิลปะอันละเอียดอ่อน ละเมียดละมัย และเก็บรายละเอียดอย่างชัดเจนมาก ดังที่เห็นจากเสาในรูปด้านบนนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นที่เที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในเมือง หรือจะว่าในสเปนก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นควรที่จะซื้อตั๋วล่วงหน้าทางเว็บไซท์http://www.alhambradegranada.org/en/ ไปก่อน เพราะว่านอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวแต่เช้าแล้ว ยังจะรับประกันว่าเราจะสามารถเข้าไปเยี่ยมชมวังแห่งนี้ได้ในวันและเวลาที่ต้องการแน่นอน (เนื่องจากมีคนสนใจเข้าชมเป็นจำนวนมากต่อวัน จึงมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวันเอาไว้ การซื้อตั๋วล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งที่ควรจะทำอย่างยิ่งก่อนไปเยี่ยมชมวังแห่งนี้)

Alhambra (Spain) : ลองทายกันดูครับว่าเสาสวยงาม และสถาปัตยกรรมสุดอลังการเหล่านี้ อยู่ในสถานที่ไหน ในเมืองใดในยุโรปครับ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่เที่ยวชื่อดังมากแห่งหนึ่งของประเทศนี้เลยครับ (ถึงขนาดต้องซื้อตั๋วเข้าชมล่วงหน้าเลยทีเดียว) มีสถาปัตยกรรมแบบทางศาสนาอิสลามครับ หลายๆท่านเคยได้ไปสัมผัสมาแล้ว ลองทายกันดูครับ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=361443140578303&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=1&theater

Quiz 8 (Park Guell, Barcelona, Catalonia, Spain) : ปาร์คกูเอล (Park Güell) เป็นสวนสาธารณะชื่อดังในเมืองบาร์เซโลน่า ถูกสร้างโดยศิลปินชื่อดัง แอนโทนี่ เกาดี้ (Antoni Gaudí) จุดประสงค์แรกเริ่มเพื่อทำเป็นโครงการบ้านจัดสรรที่ไม่เหมือนใคร แต่ปรากฎว่าไม่ได้รับผลตอบรับดีเท่าที่ควร ทั้งสวนจึงมีแค่บ้านของเกาดี้ และ เจ้าของโครงการเท่านั้น ที่เห็นอยู่ไกลลิบๆทางซ้ายมือ (ยอดแหลมๆมีเครน) คือโบสถ์ชื่อดังของเมืองบาร์เซโลน่าชื่อว่า ซากาดา แฟมมิเลีย (Sagrada Família) ซึ่งเกาดี้เดินเท้าจากบ้านตัวเองแห่งนี้ไปสร้างโบสถ์ทุกวัน และเป็นที่น่าเสียดายที่ท่านโดนรถTramชนเสียชีวิตวันหนึ่งระหว่างทางเดินจากบ้านไปยังโบสถ์แห่งนี้นี่เอง เมืองบาเซโลน่ามีที่ให้ท่องเที่ยวเยอะแยะมากมาย Park Guell เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมา การเดินทางมาได้โดยใช้รถ Metro ลงป้าย Lesseps แต่ว่ายังต้องเดินขึ้นเขาอีกซักประมาน 15 นาทีครับ ถ้าท่านใดไม่ถนัดในการเดินขึ้นเขาก็ให้พยายามมองหาบันไดเลื่อนจะมีอยู่ที่นึงครับ หรือว่าจะใช้บริการ Taxi ก็จะแพงหน่อย แต่ไม่ต้องเดินครับ ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและเข้าชมฟรี (ยกเว้นเข้าชมด้านในบ้านเกาดี้) แห่งหนึ่งในเมืองบาเซโลน่าแห่งนี้ครับ แนะนำว่าถ้ามารอดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่จะสวยงามมากๆครับ เพราะจะเห็นวิวของทั้งเมืองเลย🙂

Park Guell (Barcelona) : เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของยุโรปเลยทีเดียว มีเอกลักษณ์อยู่ที่ Architecture อันโดดเด่นของศิลปินชื่อก้องโลกท่านหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นตึกรูปทรงสวยงามแปลกตาที่อยู่ในภาพ ลองทายกันดูครับว่าภาพที่ถ่ายมานี้คือที่ไหน และอยู่เมืองอะไรครับ :) https://www.facebook.com/photo.php?fbid=351632991559318&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=3&theater

Quiz 7  (Bergen, Norway) : เมืิอง Bergen (อ่านว่า บาร์-เก้น อ่านแบบออกเสียงเหน่อๆหน่อย) เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศนอร์เวย์ เดินทางมาได้โดยรถยนต์ (ราคาถูกที่สุด) หรือ รถไฟ หรือ เรือ Ferry เป็นเมืองชาวประมงที่มีเขตมรดกโลกชื่อว่า Bryggen (ดังที่เห็นในรูป) ค่าครองชีพส่วนใหญ่ในประเทศนอร์เวย์ก็แพงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าจะประหยัดแนะนำให้เดินทางโดยการเช่ารถยนต์ขับเองครับ เพราะถนนในประเทศนี้ขับง่าย และไม่ค่อยมีหลายเส้นให้หลงทาง เมืองBergenปกติแล้วอากาศจะไม่ค่อยดี (ตามแบบฉบับเมืองในนอร์เวย์) เป็นเมืองที่ฝนตกบ่อยมากๆ จนขึ้นชื่อว่าเป็น Raining Capital เมืองหนึ่งเลย แต่ถ้ามาแล้วโชคดีเจอแดดออก ฟ้าใส รับรองว่าสวยมากๆครับ

Bergen, Norway : เมืองนี้เป็นเมืองสวยงามและเป็นหนึ่งในที่ท่องเที่ยวยอดนิยม(มากๆ)ของประเทศนี้ เขตที่อยู่ในรูปภาพอันนี้ยังเป็นเขตมรดกโลกอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่อากาศของเมืองนี้ไม่ค่อยจะเป็นใจเท่าไหร่นัก เพราะฝนตกเยอะมากๆ มากขนาดที่เคยทำสถิติฝนตกติดต่อกันในช่วงเดือนตค. – มค. ทุกวันยาวถึง 85 วันในปี 2550 ถ้าหากใครไปเที่ยวเมืองนี้แล้วอากาศแจ่มใส ฝนไม่ตก ถือว่าเป็นคนที่ดวงดีพอสมควรเลยครับ ลองายกันดูครับว่าเมืองนี้ชื่อว่าเมืองอะไรและอยู่ประเทศอะไรครับ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=348216498567634&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=1&theater

Quiz 6  (Carrick-a-Rede Rope Bridge) : สะพานเชือกที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวสำคัญของประเทศไอร์แลนด์เหนือครับ ไอร์แลนด์เหนือเป็นประเทศหนึ่งในสี่ของสหราชอาณาจักร การจะเข้าไปเที่ยวประเทศนี้จึงจพเป็นที่จะต้องทำวีซ่า UK ครับ สามารถเดินทางมาสะพานแห่งนี้ได้โดยรถบัสจากเมืองหลวง Belfast แต่มีเคล็ดลับการมาฟรีๆอยู่ที่ ถ้าเรานอนพักที่โรงแรม Paddy’s Palace Belfast (ตัวโรงแรมจะแอบเก่านิดนึงครับ แต่ก็อยู่ได้ไม่มีปัญหาอะไร) โดยจองผ่านเว็บไซท์ Hostelbookers.com สองคืนขึ้นไป เราจะได้ทัวร์ Day Trip จากเมือง Belfast มาที่สะพานเชือกแห่งนี้แห่งนี้และที่เที่ยวอื่นๆ(เช่นกองหินมรดกโลก The Giants Causeway และที่อื่นๆ) ในไอร์แลนด์เหนือ “ฟรี” ครับ (ตอนที่ไปค่าห้องถูกสุดสองคืนรวม 16 GBP ถูกกว่าค่าทัวร์ที่เพื่อนๆคนอื่นในทัวร์จ่ายมา 18 GBP อีก) แต่ว่าถ้าเราจะข้ามสะพานก็ต้องเสียค่าข้ามด้วยครับ มากะกลุ่มทัวร์เสีย 3.5 GBP ครับ ถ้าใครได้แวะผ่านมายังประเทศไอร์แลนด์เหนือแล้วมีโอกาสก็อย่าพลาดทัวร์ Day Trip ของฟรีๆได้นะครับ โรงแรมถูกของฟรีก็มีอยู่จริง🙂

Carrick-a-Rede Rope Bridge : สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดนิยมของประเทศหนึ่งครับ สามารถนั่งรถ Day Trip จากเมืองหลวงมาเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ได้ ไม่ต้องใบ้อะไรมากไปกว่านี้ก็น่าจะทายกันถูกแล้วนะครับ ลองทายกันดูครับว่าสถานที่นี้เรียกว่าอะไร แล้วอยู่ประเทศไหนในยุโรปครับ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=344126225643328&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=3&theater

Quiz 5 (Prague) : เมืองปราคเป็นเมืองหลวงของประเทศเชค เป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของยุโรป ได้ฉายาว่าเป็นเมืองทองคำ (Golden City) เป็นเมืองขนาดใหญ่พอสมควร ใช้เวลาท่องเที่ยว 2-3วันขึ้นไปกว่าจะครบทั้งเมือง บรรยากาศบ้านเมืองคล้ายกับย่านยุโรปตะวันออก มีสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย มีที่พักราคาถูก(มาก) อาหารอร่อยและราคาถูก(มาก)อีกเช่นกันเมื่อเทียบกับประเทศทางยุโรปตะวันตกแล้ว การเดินทางเข้าออกสะดวกสบายโดยเครื่องบิน รถไฟ รถบัส การเชื่อต่อไปยังเมืองหรือประเทศรอบๆให้ถูกๆเป็นไปได้โดยสะดวกโดยการใช้บริการรถบัส Student Agency Bus (http://www.studentagencybus.com/en) ซึ่งไม่ใช่นักเรียนก็ใช้บริการได้ ที่ท่องเที่ยวบรรยายกันไม่หมดไม่สิ้น แต่เป็นเมืองหนึ่งในยุโรปตะวันออกที่ไม่ควรพลาดครับ

Prague : เมืองหลวงยอมนิยมเมืองหนึ่งทางด้านยุโรปตะวันออก ได้ฉายาว่า Golden City คิดว่าคงไม่ต้องใบ้อะไรมากกว่านี้ ก็คงทายถูกกันแล้วครับ ลองทายมาดูครับ ว่าใครตอบได้เป็นคนแรก🙂 https://www.facebook.com/photo.php?fbid=342426775813273&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=3&theater

Quiz 4 (Manarola) : Manarola เป็นเมืองเล็กๆยอดนิยมเมืองหนึ่งในห้าเมืองของย่านมรดกโลกที่ชื่อว่า Cinque Terre (Cinque = five, Terre = lands) ชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของประเทศอิตาลีครับ ทั้งห้าเมืองในย่านนี้ล้วนแต่เป็นเมืองเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวแบบผจญภัยนิยมเดินเท้า (Trekking) ถึงกันครับ ใช้ระยะเวลาระหว่าง 1-5 ชม ระหว่างแต่ละเมือง (ขึ้นอยู่กับเมืองครับ) การเดินทางมาได้สะดวกจากสถานีในเมืองใหญ่(กว่า)ใกล้ๆที่ชื้อว่า La Spezia และ จากเมือง Pisa ครับ ถ้ามีเวลาจะสนใจอยู่ค้างคืนในหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง ซัก 1-2 คืนก็มีที่ให้พักตามใจชอบมากมายครับ ไม่ว่าจะได้เดินป่าระหว่าเมืองหรือไม่ (ถ้าไม่เดินป่าสามารถเหมาซื้อตั๋วรถไฟได้ครับ) แต่ก็อย่าลืมมาชมบรรยากาศอันงดงาม และมุมสวยงามของแต่ละเมืองกันให้ครบนะครับ

Manarola: เมืองเล็กในภาพๆนี้เป็นหมู่บ้านชาวประมง มีจุดเด่นที่บ้านสีสันสวยงามเรียงรายตามภูเขาอยู่ริมชายฝั่ง เมืองนี้อยู่ทางชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของประเทศหนึ่ง ซึ่งยังมีเมืองที่อยู่ในย่านเดียวกันอยู่อีกรวมเป็น 5 เมือง ทั้งห้าเมืองนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเดียวกัน และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเขตมรดกโลกอีกด้วย ลองทายกันดูนะครับ อาจจะยากอาจจะง่าย ใครคุ้นๆลองทายชื่อเขตเมืองในย่านนี้มาได้ครับที่ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=335531933169424&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=1&theater&notif_t=photo_comment

Quiz 3 (Annecy) : เมือง Annecy (อ่านว่า แอน-ซี่) เป็นเมืองเล็กๆในเทือกเขาแอลป์ที่สวยงาม ได้ฉายาว่าเป็น “Venice of the Alps” เป็นจุดพักยอดนิยมของผู้ชื่นชอบการเล่นสกีในหน้าหนาว ในตัวเมืองจะมีคลองเล็กๆน้อยๆมากมาย (เป็นที่มาของฉายาเวนิซแหงเทือกเขาแอลป์) การเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบายโดยรถไฟ TGV ตรงจาก Paris หรือว่าจะนั่งรถไฟมาจากเมือง Lyon หรือว่าจาก Geneva ก็ได้ เพราะว่าเมืองนี้อยู่แถบชายแดนของประเทศฝรั่งเศสและสวิสเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวส่วนมากจะเลี่ยงการไปเล่นสกีบนเทือกเขาแอลป์ด้านประเทศสวิสเซอร์แลนด์และมาทางเมืองแถบนี้แทน เพราะเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า ในตัวเมืองเป็นเมืองเล็กๆน่ารัก มีร้านขายของบ้างประปราย อย่าพลาดไปลองลิ้มชิมรส “ชีสฟองดู” แบบต้นตำหรับรสชาติเยี่ยมได้ในร้านอาหารที่เมืองนี้ และช่วงวันเสาร์ที่สองของเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีเทศกาล “Descente des Alpages” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า “Return from Alpine Pastures” เป็นเทศกาลที่ชาวบ้านจะแต่งกายด้วยชุดท้องถิ่น ชุดชาวนา ออกมาขายของ แสดงการกินอยู่แบบดั่งเดิม พร้อมเดินพาเหรดสัตว์มากมาย เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่ถูกซ่อนอยู่ในเทือกเขาแอลป์จริงๆ😀

Annecy : เมืองนี้เป็นเมืองที่ผมชอบที่สุดในประเทศฝรั่งเศสและเป็นหนึ่งในเมืองที่ผมชอบอันดับต้นๆของยุโรปครับ เป็นเมืองเล็กๆเช่นเคย อยู่บนเทืองเขาแอลป์ (ที่เห็นไกลลิบๆนั่นก็ส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลปครับ) ผู้คนส่วนใหญ่นิยมมาทั้งในฤดูร้อน และฤดูหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาเล่นสกีแถบนี้โด่งดังมากครับ ลองทายกันดูนะครับว่าเมืองสวยๆที่มีคลองไหลผ่านเยอะๆนี้คือเมืองที่ชื่อว่าอะไรครับ ใบ้ให้ครับว่าเมืองนี้ได้ฉายาว่าเป็น “เวนิซแห่งเทือกเขาแอลป์เลยทีเดียว”🙂 กดทายกันได้ที่ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=332937300095554&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=3&theater ครับ

Quiz 2 (Český Krumlov) : เมืองเชสกี้ครุมลอฟ เป็นอีกหนึ่งเมืองเล็กยอดนิยมของประเทศเชค การเดินทางเข้า-ออกโดยรถไฟค่อนข้างลำบาง ส่วนมากนักท่องเที่ยวใช้บริการรถ shuttle bus หรือ private hire เข้าออกจากเมืองข้างๆ (ทั้งเมืองในเชค และเมืองใหญ่ๆในออสเตรียครับ เช่น เวียนนา, Salzburg, Hallstatt, ฯลฯ) ถ้าหากมาจากเมืองเชค แนะนำให้ใช้บริการรถบัสของ Student Agency ครับ ราคาถูก เร็วกว่ารถไฟ และบริการดีมากครับ สำหรับตัวเมืองเป็นเมืองที่โรแมนติกมากอีกเมืองหนึ่งครับ (ยิ่งตอนหมอกลงเล็กๆอย่างในภาพด้วย) เดินรอบเมือง 1 วันก็น่าจะครบ แนะนำว่าถ้ามีโอกาสมาแล้วควรจะนอนค้างซักหนึ่งคืนเพื่อนที่จะได้ซึมซับบรรยากาศ ความน่ารักของเมืองได้เต็มที่ครับ สิ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือการเดินเยี่ยมชมปราสาทฟรี (ภายนอก) รวมทั้งสวนด้านหลังปราสาท และการขึ้นหอคอย (เสียค่าขึ้น) เพื่อมองดูวิวทั้งเมือง และถ้าอากาศเป็นใจ การปีนเขาอีกฝากหนึ่งของเมืองเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดของเมืองนี้ครับ

Český Krumlov : เมืองนี้เป็นอีกเมืองยอดนิยมของประเทศนี้ครับ เชื่อว่าหลายๆคนคงได้ไปสัมผัสมาแล้ว เป็นเมืองเล็กๆที่มาตอนแดดดีๆก็ได้ภาพสวยๆ มาตอนหมอกลงก็โรแมนติกมากๆ มีที่พักน่ารักๆ สวยๆอยู่มากมายครับ ขอเลี่ยงที่จะเอาภาพถ่ายที่เห็นมุมยอดฮิตของเมืองมาครับ (เพราะว่าแค่นี้ก็เดาได้ง่ายมากแล้ว :P) ลองทายกันดูครับ (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=329860813736536&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=1&theater)

Quiz 1 (Hallstatt) : หมู่บ้านนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นเขตมรดกโลกอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย เพราะว่าเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปยุโรปที่ยังมีคนอาศัยอยู่ ในตัวหมู่บ้านจริงๆไม่มีสถานีรถไฟ แต่ต้องนั่งเรือข้ามไปยังอีกฝากของทะเลสาบเพื่อขึ้นรถไฟที่สถานีชื่อเดียวกันกับหมู่บ้าน หรือเราสามาถเดินทางมาถึงโดยรถ Shuttle & รถ private hire จากประเทศเช๊ค (Czech) ครับ ข้อควรระวังสำหรับการเดินทางโดยรถไฟคือ สถานีรถไฟจะอยู่คนละฝั่งทะเลสาบกับเมือง เพราะฉะนั้นการเข้าออกจากสถานีรถไฟต้องตรวจสอบตารางเดินเรือให้ดีครับ (มีเรือไปยังสถานี และจากสถานีมายังตัวเมืองสำหรับทุกรอบรถไฟแน่นอนครับ แต่แค่รอบละลำเท่านั้น) เพราะฉะนั้นถ้าลงรถไฟแล้วก็อย่าโอ้เอ้มากนัก หรือว่าถ้าจะไปขึ้นรถไฟก็ควรไปตรวจสอบเวลาออกเรือก่อนครับ ส่วนการท่องเที่ยว เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆที่มีถนนหลักผ่านหมู่บ้านเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ห้ามรถวิ่งในตัวเมืองในเวลาปกติ (ยกเว้นรถที่ได้รับอนุญาต) มีพิพิธภัณฑ์เก่าแก่อยู่ในเมืองพร้อมกับโบสถ์คริสต์สองโบสถ์ของสองนิกายครับ ถ้าไม่รวมการขึ้นรถกระเช้าไปยังยอดเขา ครึ่งวันก็สามารถเดินทั้วเมืองได้ครับ ถ้ามาในฤดูที่รถกระเช้าขึ้นยอดเขาเปิดก็จะมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้ทำด้านบนเขาครับ ทั้งการเยี่ยมชมถ้ำเกลือ, frozen waterfall, เดิน hiking (~2 ชม ถ้าอากาศดีๆ) และอีกหลายหลายครับ ถ้าจะดูทั้งเมืองน่าจะเป็นเมืองที่อยู่ชิวๆสักคืนกำลังสวยครับ แต่ทว่าที่พักในเมืองนี้ค่อนข้างราคาสูงถ้าเราไม่ซีเรียสอะไร ให้ลองไปจองที่พักในเมืองตรงข้ามครับ (Obertraun) จะได้ราคาที่ถูกกว่าและมีเรือ ferry เชื่อมต่อกันโดยตรงครับ🙂

Hallstatt: หมู่บ้านนี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นเขตมรดกโลกอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย เพราะว่าเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปยุโรปที่ยังมีคนอาศัยอยู่ ในตัวหมู่บ้านจริงๆไม่มีสถานีรถไฟ แต่ต้องนั่งเรือข้ามไปยังอีกฝากของทะเลสาบเพื่อขึ้นรถไฟที่สถานีชื่อเดียวกันกับหมู่บ้านนี้
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=327750883947529&set=a.327750807280870.83723.199948710061081&type=3&theater

CouchSurfing ตอนที่ 2 ~ เริ่มต้นใช้ Couchsurfing ยังไงดี? พร้อมให้อ่านแล้วคร๊าบบ

Standard

มีคนใช้ Couchsurfing อยู่ตามที่สำคัญใหญ่ๆแทบทุกที่ในโลก จึงไม่ต้องกังวลเวลาจะไปเที่ยวที่ไหนๆเลย🙂


สวัสดีทุกคน
หลังจากห่างหายไปซักพักเนื่องจากพึ่งเริ่มเปิดเรียนเทอมใหม่ที่ประเทศฝรั่งเศส
ทำให้ต้องจัดการอะไรต่างๆมากมาย ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยพร้อมที่จะอัพเดทเรื่องราวต่างๆต่อไป

รอบนี้มาพร้อมกับบทความเกี่ยวกับ CouchSurfing ตอนที่ 2 หลังจากที่ได้นำเสนอตอนแรกไปแล้ว
ครั้งนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเริ่มต้นใช้ Couchsurfing อย่างไรให้ปลอดภัยและสนุกสนาน
ถ้าพร้อมกันแล้วก็ตามไปชมไปอ่านกันได้เลยคร๊าบบบบ

ตอนที่ 2 ~ เริ่มต้นใช้ Couchsurfing ยังไงดี?

ส่วนใครพลาดไม่ได้อ่านตอนแรกก็ไปอ่านก่อนได้นะครับ เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหาและความเข้าใจ

ตอนที่ 1 ~ เที่ยวเล่นนอนบ้านคนอื่นฟรีๆแบบ CouchSurfing

สุดท้ายถ้าใครเคยมีประสบการณ์แล้ว หรือมีข้อสงสัยอะไรก็มา comment สอบถาม หรือ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้เต็มที่เลยนะครับขอให้ทุกคนสนุกไปกับการใช้ CouchSurfing

 AMORNTARtraveller ^_^)/

ทริปไป Malta พร้อมให้ทุกท่านอ่านแล้วคร๊าบบบ :)

Standard

หลังจาก Vote เสียงมาชนะเลิศอันดับ 1 ใน post ก่อนๆหน้า
หลังจากแอบหนีไปเที่ยวมาหลายอาทิตย์
หลังจากเขียนเรื่องราวและลงรูปใน Facebook เสร็จ

ตอนนี้ “Malta สวรรค์ราคาถูก~” เสร็จสมบูรณ์พร้อมอ่านแล้วครับ
ลงรูปภาพได้แค่บางส่วนเพราะเนื้อที่จำกัด เดี๋ยวมันจะยาวเกินไป
รับชมรูปสวยๆเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page เลยนะครับ

ชอบ ไม่ชอบ อยากให้เพิ่มส่วนไหน มีข้อติชมอย่างไร
มา comment กันได้เต็มที่เลยนะครับ
แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า

AMORNTARtraveller ^_^)/

ขอลาอัพเดทไปขับรถเที่ยวดูFjord นอร์เวย์ 1 อาทิตย์ครับ

Standard

ขอลาพักการอัพเดทไปขับรถเที่ยวFjord ในนอร์เวย์ (Awesome Landscape) ซัก 1 อาทิตย์ครับ (2-9 กันยายน 2554)
แล้วเดี๋ยวกลับมาจากเที่ยวแล้วจะตามอัพเดทกันต่อๆไปครับ ติดตามกันได้เรื่อยๆนะครับ

AMORNTARtraveller ^_^)/

“กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ ท่องเที่ยวยุโรป” ตอน หาตั๋วเครื่องบินราคาสุดถูก

Standard

Updated: 31 May 2012 : วันนี้พึ่งซื้อไปอีกใบครับ ปรากฎว่าต้องจ่าย credit card fee อีกแล้ว (ย้อนกลับไปลองกด route เดิม ไม่เสีย) สรุปว่า จ่ายไม่จ่ายขึ้นอยู่กับ route ที่เดินทางครับ🙂
Updated: 30 May 2012 :
ตอนนี้ Ryanair กลับมาใช้บัตร Prepaid Master card ในการลดราคา credit card fee ได้อีกรอบแล้วนะครับ ไม่แน่ใจว่าจะคงไว้อีกนานเท่าไหร่ แต่ตอนนี้กลับมาใช้ได้อย่างปกติแล้วครับ พึ่งซื้อไปอีกสองใบครับ🙂

หลายๆคนคงอาจจะคิดว่า การไปท่องเที่ยวรอบๆยุโรปหลากหลายที่หลากหลายประเทศในเว็บนี้ ท่าทางจะต้องเสียเงินเสียทองเยอะแยะมากมายแน่ๆเลย เรามันเป็นนักเรียนเบี้ยน้อยหอยน้อย จะเดินทางไปเที่ยวไกลๆประเทศอื่นได้ยังไง นั่งรถไปเที่ยวเมืองข้างๆใกล้ๆดีกว่า แต่หารู้ไม่ว่าบางครั้งค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับต่างประเทศ (ในยุโรป) ยังถูกกว่าค่ารถโดยสารไปสนามบินอีก O_O!  ขอยกตัวอย่างราคาให้เห็นภาพอย่างหนึ่งว่า คำว่าถูกในที่นี้หมายถึงราคาเท่าไหร่ เพราะคำว่าถูกของแต่ละคนไม่เท่ากัน ถูกในที่นี้ที่เคยไปมา เช่น ไปกลับประเทศ Malta ราคา 12 Euro หรือ ไปกลับ Venice, Stockholm ราคาประมาน 40 Euro และยังเคยเจอตั๋วราคา 2 Euro ไปกลับ Sicily (ทางตอนใต้ของ Italy) ซึ่งซื้อไปอย่างไม่ทันได้คิดว่างจะว่างไหม 555+ ขอย้ำว่าราคาที่ว่านี้เป็นราคาไปกลับรวมภาษีและ charge (ซื่งมีวิธีทำให้ไม่ต้องเสียด้วย) เรียบร้อยแล้ว ทำอย่างไร? หาอย่างไร? มีวิธีจ่ายเงินอย่างไร? ที่ทำให้เราได้ราคาที่ถูกแสนถูกอย่างที่เว็บเค้าโฆษณาไว้จริงๆ ไม่โดนชาร์จเพิ่มอีกมากมายติดตามได้เลยครับ

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อตอนต้นปี 2554 ตอนนั้นมาเรียนอยู่ที่เมือง Girona ประเทศ Spain ด้วยความโชคดีที่เมืองนี้เป็น Hub ของสายการบินราคาถูก (Low-Cost Airline) ชื่อดังของยุโรปนามว่า “Ryan Air” ซึ่งจะมีเที่ยวบินมากมายจากหลายๆที่ในยุโรปมาลงที่เมืองนี้ ทำให้สามารถหาตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวถูกๆได้แม้แต่ช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ ย้ำว่าเป็นราคาช่วง Weekend ที่เราสามารถไปเย็นวันศุกร์กลับมาเย็นวันอาทิตย์ หรือระหว่านั้นได้โดยไม่เสียการเรียน (แต่บางครั้งก็อดใจเที่ยวเกินไปซักวันไม่ได้😛 555+) ถามว่าเราจะเริ่มต้นหาได้อย่างไรบ้าง

“ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ที่นี้ก่อนว่าเป็นการนำเสนอประสบการณ์และเทคนิคในการหาซื้อตั๋วราคาถูกในการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้รับค่าโฆษณาจากสายการบินหรือเว็บไซท์ใดๆทั้งสิ้น โดยที่พยายามทำให้ข้อมูลในนี้ทันสมัยที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้ ณ เวลาที่เขียน (~ August 2011) อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบิน และโปรโมชั่นต่างๆ มีการเปลี่นแปลงขึ้นลงได้ตลอดเวลา (โดยเฉพาะ Ryanair อาจจะเจอเหตุการณ์ที่จองทีหลังแต่ราคาลดลงก็เป็นได้) กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นอย่างที่เราต้องการและพอใจก่อนทำการซื้อตั๋วใดๆ เพราะส่วนมากแล้วตั๋วราคาถูกมักจะเปลี่ยนชื่อผู้โดยสาร หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ใดๆไม่ค่อยจะได้ หรือ ถ้าได้ก็แพงมากเลยทีเดียว (ประมาณว่าตั๋วถูกมากแต่ถ้าเราเปลี่ยนแปลงอะไร หรือไม่ทำทำอะไรตามกฎเค้าแล้วจะต้องจ่ายเพิ่มแพงมากเลยทีเดียว)”

1. สิ่งแรกที่เราต้องทำคือหาเวลาว่างที่จะไปเที่ยวประมาน 1 เดือนล่วงหน้า จากนั้นก็จะมีอยู่ 2 กรณี คือ เรามีเวลาว่างอยากเที่ยวแต่ยังไม่รู้ไปไหนดี หรือว่ามีเวลาว่างและมีปลายทางที่เราต้องการจะเที่ยวเอาไว้แล้ว

ถ้าเป็นกรณีแรก คือยังไม่รู้ไปไหน ขอแนะนำให้เข้าเว็บไซท์ชื่อ http://www.skyscanner.net/  ซึ่งเป็นเว็บไซท์เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน คล้ายๆกับเว็บเปรียบเทียบราคาตั๋วอื่น เช่น Momondo แต่จะมีข้อดี (อย่างมากๆ) กว่าเว็บอื่นๆคือ เราสามารถระบุต้นทางได้เป็นเมือง เช่น ใน Londonก็จะมีสนามบินมากมาย ซึ่งบางทีตั๋วจากต่างๆสนามบินในLondon ไปจุดหมายปลายทางเดียวกันราคาอาจจะต่างกันอย่างมากมายได้ ซึ่งเว็บนี้เราสามารถระบุว่าเราจะเดินทางจากสนามบิน London (Any) ซึ่งหมายความว่าหาจากทุกสนามบินใน London และเราก็ยังสามารถระบุปลายทางเป็น City XX (Any) ได้เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ข้อดีสุดๆอีกอย่างคือเราจะสามารถระบุปลายทางเป็น Everywhere ได้ พูดง่ายๆคือ เราอยากจะไปเที่ยววันที่ xx/xx/20xx แต่ไปที่ไหนก็ได้ที่ราคาถูก เว็บนี้ก็จะสามารถเรียงจุดหมายปลายทางและราคาให้เราได้โดยอัตโนมัติ ดังเช่นภาพด้านล่างนี้


จากนั้นเราก็สามารถเข้าไปเทียบราคา สายการบิน ช่วงเวลาที่เราต้องการในหน้าต่อๆไปดังรูปด้านล่าง โดยที่เราก็สามารถกด Option เสริมด้านบนที่ชื่อว่า Flexible? save… ได้อีก เนื่องจากบางครั้งเว็บก็จะมีการเสนอเส้นทางที่ราคาถูกกว่านี้โดยเลื่อนเป็นสนามบินใกล้เคียง หรือเลื่อนวันเดินทางได้ อีกข้อควรสังเกตคือ ด้านใต้ปุ่ม BOOK ใต้ราคาอีกทีจะเป็นเวลาที่เช็คค่าตั๋วนี้ครั้งล่าสุด โดยที่เราควรที่จะกด Update ราคาให้เป็น Live โดยการคลิกไปที่เวลานั่นแหละ เพื่อที่จะได้ราคาที่ใกล้เคียงกลับความเป็นจริงมากที่สุด ดังรูปด้านล่าง

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสายการบินราคาถูกก็จะเป็น Ryanair ซึ่งเราก็สามารถเข้าเว็บ Ryanair ไปซื้อได้ด้วยตัวเองหรือกดปุ่ม BOOK เขียวๆก็ได้ และจริงๆแล้วก็จะพบว่าราคาตั๋วในเว็บ Ryanair จริงๆจะถูกกว่าราคาในเว็บนี้อีกด้วย O_O

หรือว่าในกรณีที่เราอยากหา flight ราคาถูกของ Ryanair ว่ามีจากสนามบินใกล้ๆกับที่เราอยู่ไปที่ไหนบ้าง ก็ให้เข้าไปที่เว็บ Ryanair แล้วกดไปที่ Route Map จากนั้นก็กดที่เมืองที่เราอยู่ แล้วก็จะมีเส้นทางลากจากเมืองนั้นๆไปยังจุดหมายปลายทางที่ Ryan Air มีเส้นทางบินไปทั้งหมดด้วย ดังภาพด้านล่าง ทำให้เราเห็นภาพโดยรวมมากขึ้นว่าเราสามารถหาตั๋วถูกจากเมืองที่เราอยู่ไปยังเมืองเหล่านี้ได้ โดยให้สังเกตว่าเมืองที่เป็นสี่เหลี่ยมสีแดงๆคือ Hub หลักของ Ryanair โดยจะมี flight เข้าออกเยอะกว่าเมืองปกติ (วงกลมสีเหลือง)

2. จ่ายเงินอย่างไรให้ถูก? สายการบิน Lowcost ทั้งหลายแหล่ (เน้น Ryanair) จะดำเนินการในหลักการที่ว่า “ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น” เพราะฉะนั้นถ้าเราเพิ่มกระเป๋าโหลดใต้เครื่องก็ต้องจ่ายเพิ่ม ซื้อประกันก็ต้องจ่ายเพิ่ม อยากนั่งด้านหน้าก็ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่อยากเข้าคิวรอขึ้นเครื่องก็ต้องจ่ายเพิ่ม และสุดท้ายจ่ายเงินด้วยบัตร Credit หรือ Debit ต่างๆก็ต้องจ่ายตังเพิ่ม! ถึงแม้ว่าเราจะมี Ryanair VISA, Ryanair Master card ก็ยังต้องจ่าย fee ราคา 6 euro ต่อเที่ยวต่อคนอยู่ดี (กลายเป็นว่าเราต้องจ่ายเพิ่ม 12 Euro ต่อคนต่อตั๋วไปกลับ ซึ่งบางทีอาจจะแพงกว่าค่าตั๋วเราอีก) แต่ยังดีที่ตามกฎ EU มีอย่างหนึ่งที่ว่าอย่างไรก็ตาม สายการบินต้องสามารถที่จะจำหน่ายตั๋วในราคาที่โฆษณาไว้ได้จริง ซึ่ง Ryan air ก็ต้องทำตามเช่นกัน โดยที่ถ้าเราจ่ายโดยใช้บัตรที่เรียกว่า “Prepaid Mastercard” เราจะไม่ต้องเสีย fee ใดๆทั้งสิ้น เย่! แต่อะไรคือ Prepaid Mastercard หละ? แน่นอนว่าบัตรนี้หลายๆคนไม่รู้จัก และคงมีคนจำนวนน้อยที่มีบัตรนี้เพราะ Ryanair เค้าคงไม่เอาบัตรที่คนมีกันเยอะๆ เช่น VISA, Mastercard มาให้ใช้โดยไม่ต้องจ่าย fee แน่ๆ

Prepaid Mastercard” เป็นบัตรคล้ายๆกับที่เรียกว่า Virtual Debit Card คือเป็นบัตรที่ไม่มีตัวตนจริงๆ ไม่มีบัตรแข็งๆจริง เป็นบัตรที่อาจจะเป็นแค่กระดาษหนึ่งใบ แต่แค่มี ชื่อ, รหัสบัตร, วันหมดอายุ, และ CVV ที่ปกติอยู่หลังบัตร พิมพ์มาบนกระดาษแค่นั้น โดยหลักการใช้ง่ายๆคือเราต้องจ่ายเงิน หรือ เติมเงินลงไปในบัตรก่อนที่เราจะใช้ และเราสามารถใช้ซื้อของ Online ผ่านระบบ Internet เหมือนกับการกรอกรหัสจากบัตรแข็งจริงๆทั้วไป แล้วเราสามารถหาบัตรใบนี้ได้จากที่ไหนหละ? มีหลายๆทางที่เราสามารถหาบัตรใบนี้มาใช้ได้ (เรียกว่าบัตรแต่จริงๆอาจเป็นแค่กระดาษเขียนข้อมูลใบหนึ่ง) บางธนาคารสามารถออกบัตรใบนี้ให้เราถ้าเราขอ (คล้ายๆกับบัตรเครดิตทั้วไป) โดยอาจมีค่าธรรมเนียม หรือว่า ฟรี (เช่น ธนาคาร Santander สามารถออกบัตรนี้ให้เราได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ) อีกทั้งบางประเทศเราสามารถหาซื้อ Prepaid Mastercard ได้ตามร้านขายของทั้วไปแล้วเราสามารถเติมเงินเข้าไปได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ แต่อาจจะมีค่าบัตรเล็กน้อย เช่น เยอรมันนี หรือ สวีเดน (และอื่นๆที่ไม่มีข้อมูล ใครทราบรบกวนช่วย comment บอกกล่าวกันด้วย)

—————————————————————————————————————————————

โดยสรุปแล้วการเดินทางในยุโรปราคาถูกส่วนใหญ่จะเดินทางโดยสายการบินชื่อ Ryan air แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสายการบินอย่างอื่นนะ จริงๆก็ยังมีอยู่ เช่น Easy Jet หรือ อื่นๆ ซึ่งโดยรวมๆแล้วราคาจะสูงกว่า Ryanair แต่เป็นที่แน่นอนว่าบริการต่างๆจะดีกว่า และ อาจจะไม่เข้มงวดกับเรื่องกระเป๋า carry-on มากเท่า Ryanair ซึ่งการเดินทางโดย Ryanair ที่ถูกที่สุด คือการ Subscribe Newsletter ของเค้าแล้วเราก็จะได้ email โฆษณาตั๋วราคาถูกเป็นประจำซึ่งราคาโปรโมชั่นจะวนอยู่ที่ 7 Euro -> 9 Euro เท่านั้น อีกทั้งบางทีเข้าไปดูจริงๆราคาถูกกว่านั้นอีกด้วย (งงกะมันจริงๆ ยังเคยได้ตั๋วไปกลับItaly ราคา 2 Euro มาแล้ว) รวมถึงการที่เราไม่ load กระเป๋าใต้เครื่อง ขนแต่ carry-on ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่สายการบินที่อนุญาตให้เอา carry-on เยอะได้ถึง 10 kg. (ตามหลักการ แม้แต่ว่าบางสายการบินจะไม่ตรวจอย่างจริงจังเท่า Ryanair) แต่เราต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า Ryanair จะเข้มงวดกับ จำนวนกระเป๋า (1ใบเท่านั้น กระเป๋าคาดเอว หรือกระเป๋าถือผู้หญิงใบเล็กๆยังไม่ได้), นน.กระเป๋า ขนาดกระเป๋า (55cm x 40cm x 20cm.) มาก (ถึงมากที่สุด) โดยที่ถ้าเราเอากระเป๋าเกินจำนวน เกินน้ำหนัก เกินขนาด หรือไม่พิมพ์ตั๋วเองไปจากบ้าน เราจะต้องเสียค่าปรับสูงถึง 40 Euro ต่อรายการที่เราเกินเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเราซื้อตั๋วราคาถูกแล้วเราไม่เอา option เสริม ไม่ทำผิดกฎ และพิมพ์ตั๋วไปเอง เราก็จะได้ตั๋วราคาถูกไปเที่ยวสมใจ ดูเหมือนว่ากฎจะเยอะ แต่จริงๆมันอาจไม่เครียดขนาดนั้น แล้วแต่ดวงด้วย มีหลายครั้งที่เราใส่ของเกิน 10 kg แต่ทำเนียน สะพายดูเบาๆ อีกทั้งขนาดกระเป๋าเราพอดีที่จะใส่ในช่องที่เค้าเอาไว้ตรวจก็รอดหลายครั้งไป (และก็โดนจนต้องทิ้งของบางอย่างบางครั้งเช่นกัน) รูปกระเป๋าที่พอดีไซส์ Ryanair ดูได้ตามด้านล่างฮะ โดยใน 10โล สามารถ ขน DSLR + 2 lenses + Gorilla Pod ไปได้ พร้อมกับชุดที่พร้อมท่องเที่ยวได้ 3-5 วัน ฮะ

สุดท้ายนี้เห็นว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและทำให้หลายๆคนที่อยู่แถวๆยุโรปนี้ได้ไปเที่ยวในราคาถูกแสนถูกกันบ้าง ใช้เวลาที่เราอยู่แถวนี้ซื้อประสบการณ์ราคาถูกให้คุ้มค่ามากที่สุดจะดีกว่าเสียเงินเสียทองบินข้ามทวีปมาเที่ยวยุโรปไกลๆในภายหลังที่เรากลับไปยังประเทศไทยแล้วดีกว่าครับ ใครมีข้อคิดเห็นอะไร ข้อเสนอแนะอะไร หรือว่าประสบการณ์การใช้ Low-cost Airline อย่างไร ก็เอามาสอบถามหรือแชร์กันได้เต็มที่นะครับ

ขอให้สนุกกับการเดินทางราคาถูกโดยสายการบินราคาถูกครับ

AMORNTARtraveller ^_^)/

“กลเม็ด เคล็ด(ไม่)ลับท่องเที่ยวใน UK” ตอน เที่ยวHighlandฟรี ก็มีด้วย!

Standard

เอ๊ะ ใครๆเค้าก็ว่ากันว่า “ของถูกไม่มีของดี ของฟรีไม่มีในโลก” ทำไมถึงมีทัวร์ไปเที่ยว Highland (Scotland) ฟรีๆ โดยที่ยังออกเดินทางจาก Edinburgh เมืองที่ถือว่าค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆของ UK อีกต่างหาก เรื่องจริงแท้แค่ไหนติดตามอ่านได้เลยครับ🙂


ทัวร์ฟรีอันนี้มีชื่อว่า The HairyCoo ยอมรับว่าแรกๆได้ยินมาก็ไม่เชื่อว่ามันจะฟรีจริงๆ เดี๋ยวจะต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆเลย ไปฟรีเสียค่าสมัครสมาชิกรึเปล่า? ไปฟรีต้องออกตังค่าเข้ารึเปล่า? ก็เลยเข้าไปดูรายละเอียดจากเว็บเค้า แล้วมันก็ไม่ฟรีนิ (อ่าวเห้ย!) กดๆเข้าไปพอจะจองที่นั่งแล้วทำไมต้องให้ใส่บัตรเครดิตหละ โกงชัดๆ จะหลอกเอารหัสบัตรใช่มะหล้าาา เด็กไทยรู้ทันนะ แต่ก็อ่านไปอ่านมา เปิด review หลายๆที่ สุดท้ายหักห้ามใจกับทัวร์ฟรีอันนี้ไม่ไหว 555+ กดจองไปจนได้ โดยจองไปกับเพื่อนๆที่เรียนด้วยสี่ห้าคน (ไหนๆถ้าจะโดนหลอก ก็มาโดนด้วยกันนะ :P) มาอ่านและรู้ภายหลังว่าการที่เค้าให้ใส่รายละเอียดบัตรเครดิตลงไปนั้น เค้าเขียนราคาไว้แค่ 0.01 pound (หรือประมาน 50 สตางค์เงินไทย) อ่าวไม่ฟรีจริงนี่หว่า เสียไปตั้ง 50 สตางค์ ;P แต่จริงๆแล้วเค้าไม่ได้ทำการหักเงินจริง เนื่องด้วยจากเหตุผลว่าเงินมันน้อยเกินไปรึเปล่าก็ไม่รู็ แต่ที่แน่ๆก็คือเพื่อที่จะทำการยืนยันบุคคลที่ทำการจองทัวร์ และ ทำให้เค้ามั่นใจว่าคนที่ไป (อย่างน้อยคนที่จอง) อายุเกิน 18 ปี เนื่องด้วยเหตุผลทางด้านการประกันภัย (โห ไปฟรี มีประกันภัยด้วยเหรอนี่ อันนี้ไม่รู้จริงๆแต่เค้าบอกว่าอย่างงั้น ก็ไม่อยากลองใช้บริการประกันภัยนี้เหมือนกันอ่ะนะ 555) แต่น่าเสียดายมากๆที่พอถึงวันที่ต้องไปจริงๆ มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราไปไม่ได้ จำไม่ได้แล้วว่าติดอะไร (เป็นไข้ หรือ ติดงานอะไรซักอย่าง) แต่เพื่อนๆก็ยังไปอยู่และกลับมาเล่าต่างๆดังนี้ อันนี้มันเป็นทัวรืฟรีแบบวันเดียว (Day trip) พาไปย่าน Highland ถ้าเข้าไปดูในเว็บเค้าจะมีแผนที่ให้ดู ที่มันฟรีได้เพราะเค้าให้บริการแบบ Tips-Only basis คือให้ทิปอย่างเดียวเท่านั้น พอใจมากให้มาก พอใจน้อยให้น้อย (ราคาปกติเค้าเขียนว่าประมาน 38 ปอนด์) ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องให้ (ฟรีนั่นเอง) แต่ก็เพื่อนๆเป็นนักเรียน เบี้ยน้อยหอยน้อยก็หยอดไปคนละ 5 ปอนด์ ก็ถือว่าไงๆก็คุ้มค่ากับทัวร์ฟรี 1 วันนะ เค้าก็ไม่ได้ว่าหรือทำหน้าตาดูถูกเหยียดหยามอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามปกติเพราะเค้าก็ยืนยันไว้แล้วว่าไปฟรีจริงๆ ส่วนการเที่ยวก็จะประมานดีกว่าชะโงกทัวร์แต่ก็ไม่ถึงกับที่เรามีเวลาเต็มที่นัก เพราะว่าเวลา 1 วันมันจำกัดอยู่พอสมควรกับการไปถึง Highland อย่างงั้น แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ไปซะทีเดียว มีไกด์ทัวร์เป็นภาษาอังกฤษ (ไม่ได้ถามเพื่อนว่าสำเนียงสก็อตรึเปล่า) ละก็คุ้มค่ามากกับที่ได้ไปในราคาถูก หรือว่าฟรีเลยทีเดียวแหละ

โดยที่ถ้าเราสนใจเราต้องเข้าไปจองที่นั่งก่อนได้ ที่นี่ เพราะว่ารถคันนึงมีที่นั่งแค่ 24 ที่เท่านั้น โดยที่มีทัวร์ไปแทบทั้งปี (แต่บางช่วง low season อาจไม่ได้มีทุกวัน ทางที่ดีเปิดเช็คตารางได้จากเว็บเลย) ในช่วงที่ยังเที่ยว Highland ได้อยู่ไม่มีหิมะหนาเกินไปจนรถวิ่งไม่ได้ก็จะต้องหยุดไปโดยปริยาย ง่ายๆคือถ้าเรายังไปเที่ยวได้อยู่เค้าก็มีบริการ แต่ว่าทัวร์นี้ช่วงหน้าเทศกาล หรือเสาร์อาทิตย์คนจะจองกันเต็มเร็วมากล่วงหน้าหลายวันถึง 1 อาทิตย์ได้เลยทีเดียว คือเราต้องไปจองก่อนถ้าเรารู้วันแน่ๆ หรือ แอบเช็คสภาพอากาศว่าดี สดใส ถ่ายรูปสวย มาก่อนแล้ว🙂 แต่ถ้าเราจองไม่ทัน เราก็ยังมีโอกาสไป walk-in ได้เลยในวันที่เราอยากไป (ไม่เคยลอง ทางที่ดีจองไว้ดีกว่า แต่คิดว่าโอกาสน้อยที่จะได้ไป เพราะว่าคนน่าจะมาเต็มตลอดเนื่องจากเป็นทัวร์ยอดนิยมอันดับ 1 ของเว็บ TripAdvisor เลยทีเดียว และเราต้องไปรอแต่เนิ่นๆเพื่อให้ได้คิวรอเสียบแรกๆอีก) โดยที่เราก็ไปรอที่ออกรถได้เลย บนถนน Royal Mile ถนนขึ้นชื่อของเมือง Edinburgh ในเว็บมีแผนที่เรียบร้อย (โรงเรียนจีน) ใครจองแล้วเค้าก็แนะนำว่าให้ print มายืนยันอีกทีด้วยก็จะสะดวกในการตรวจสอบมากขึ้น แต่ก็ต้องเอา ID ของเรามายืนยันตัวด้วยอยู่ดีนะ

ก็ถือว่าเป็นของฟรีๆ ดีๆ อันนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ลองเข้าไปอ่านประวัติเค้าที่อยู่ในเว็บได้ ถือว่าน่าสนใจโดยเริ่มแรกจากมีคนมา 2 คนบ้าง ไม่มีคนบ้าง จนไม่กี่เดือนขึ้นเป็นทัวร์อันดับต้นๆของเมืองได้ หลังๆมานี้เค้ามีเพิ่มทัวร์เสียตังขึ้นมาด้วย โดยที่มีสโลแกนรับประกันว่า “100% Guarantee. Love it. or your money back!” ก็น่าสนใจไม่น้อย ใครที่ผ่านมาผ่านไปแถวๆเมืองEdinburghได้ไปลองทัวร์ฟรี หรือ ทัวร์เสียตังของ The HairyCoo แล้วก็มาบอกเล่า แชร์ประสบการณ์ประทับใจ ไม่ประทับใจ อย่างไรกันได้นะครับ สำหรับการประเดิม TravelTrick กลเม็ด เคล็ด(ไม่)ลับท่องเที่ยวใน UK ตอนแรกก็ขอจบลงด้วยประกาลฉะนี้

สุดท้ายนี้ก็ขอให้โชคดีในการเที่ยว มีอะไรดีๆก็เอามาแบ่งปันกัน แล้วพบกันใหม่ครับ
AMORNTARtraveller ^_^)/