Category Archives: TravelTrick EU

“กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ ท่องเที่ยวยุโรป” ตอน เดินทางโดยรถไฟอย่างไรให้ถูก

Standard

สวัสดีทุกคนครับ!

ขออภัยจริงๆที่ห่างหายจากการ Update ไปนานพอสมควร จริงๆแล้วมีสาเหตุมาจากมรสุมการเรียนที่หนักเหลือเกินในเทอมที่แล้ว – -‘ อีกทั้งยังเป็นช่วงต่อของหลายๆอย่าง (ส่วนมากเป็นเรื่องอนาคตการเรียนต่อ และทำงานในยุโรป) จึงต้องสละเวลาอัพเดทไปจัดการเรื่องเหล่านั้นซักเล็กน้อย (จะได้มีโอกาสอยู่ยุโรปท่องเที่ยวต่อได้อีกนานๆ ;P) กลับมารอบนี้อยากจะมาอัพเดทการเดินทางในยุโรปโดยรถไฟอย่างไรให้ถูก สะดวกสบาย และปลอดภัยกันครับ  ถ้าพร้อมออกเดินทางไปด้วยกันแล้ว ก็เชิญติดตามได้เลยครับ 😀

Map for railway in Europe (only for most of the major cities)

หากใครหลายๆคนได้มีโอกาสมาเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป (โดยไม่ได้พึ่งทัวร์) ผมคิดว่าโดยส่วนมากแล้วคงจะได้ใช้และสัมผัสการเดินทางโดยรถไฟกันแทบทุกคน เนื่องจากการเดินทางโดยรถไฟในยุโรปนั้นสะดวกสบายและครอบคลุมอย่างมาก ผมว่าอาจจะเป็นทวีปที่เดินทางโดยรถไฟแล้วสะดวกที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางโดยรถไฟนั้นอาจมีข้อจำกัดต่างๆอยู่บ้าง เช่นบางเมืองเล็กๆสวยๆก็ไม่มีรถไฟเข้าถึง หรือการหยุดพักก็อาจจะไม่สะดวกตามใจเราต้องการ แต่ก็ถือว่าทำให้ชีวิตการเดินทางของเราง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว บทความคราวนี้จะพยายามเขียนถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆเกี่ยวกับการใช้รถไฟในยุโรป อาทิเช่น การจองตั๋วอย่างไรให้ถูก! การจองที่นั่ง การเปลี่ยนขบวน การต่อรถไฟ (รวมทั้งการตกรถไฟ ทำอย่างไร?) และเรื่องอื่นๆมากมายให้ได้ครอบคลุมที่สุด หวังว่าทุกๆคนจะสนุกสนานไปกับการเดินทางโดยรถไฟกับ AMORNTARtraveller ครั้งนี้นะครับ

เริ่มเรื่องด้วยการจองรถไฟและการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูก บางคนเมื่อกล่าวถึงการเดินทางโดยรถไฟในยุโรปแล้วก็นึกไปถึงการเดินทางโดยใช้บัตร Eurail Pass (ยูเรลพาส) แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อว่าการใช้ตั๋ว Eurail Pass นั้น ไม่ถูกไปกว่าการจองเองเลย! (ยกเว้นบางกรณีที่เราจองกระชั้นชิดมากๆจริงๆ) หรืออย่างมากๆก็จะจบลงที่ราคาเท่ากัน แต่จะแพงกว่าซะส่วนใหญ่ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าแลกมากับความสะดวกที่เราไม่ต้องไปนั่งซื้อตั๋วรถไฟแยกแต่ละที่ แต่หารู้ไม่ว่าถ้าเรามีตั๋ว Eurail แล้ว เรายังต้องไปนั่งทำการเช็ครอบรถไฟเพื่อนเดินทางเองอีกครั้ง (งานแทบจะเท่ากัน – -‘) และการใช้รถไฟความเร็วสูง (HighSpeed Train เช่น TGV (France), Thalys (Belgium), EuroStar (UK), RailJet, etc…) ยังต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าอีกด้วย และการจองที่นั่งนั้นก็จะเสียค่าจองตั้งแต่ 2.5 – 10 Euro ตามแต่ประเทศ ตามแต่ขบวน สรุปท้ายแล้วค่าตั๋ว + ค่าจอง ก็จะเท่าๆกับการซื้อแยก (หรือแพงกว่า) แต่อาจจะลดความเสี่ยงในเวลาที่เราตกรถไฟไปบ้างก็เท่านั้น เพราะว่าเวลาถ้าเราตกรถไฟแบบ Regional train (เน้นว่ารถไฟแบบท้องถิ่น (regional)เท่านั้น ไม่ใช่การตกรถไฟความเร็วสูง) เราก็จะสามารถขึ้นขบวนต่อไปได้เลยโดยที่ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ เพราะว่าเราไม่ต้องทำการจองที่นั่งสำหรับการขึ้นรถไฟท้องถิ่น แต่ถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูงแล้วหละก็ เราก็ยังคงต้องไปตามจองที่นั่งใหม่อีกรอบเช่นกัน และในบางกรณีที่ ที่นั่งสำหรับคนที่ซื้อตั๋ว Eurail ในขบวนโดนจองไปหมดแล้ว (จำนวนที่นั่งในรถไฟขบวนหนึ่งๆที่ถูกกันไว้เพื่อนคนที่ใช้ตั๋ว Eurail มีจำนวนจำกัด ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆคือไม่ใช่ว่าเราจะสามารถจองที่นั่งได้ทั้งขบวน) เราก็จะต้องเสียค่าจองที่แพงกว่าปกติมาก (ประมานว่าซื้อตั๋วราคาปกติโดยอาจจะมีส่วนลดนิดหน่อย) ยกตัวอย่างที่เพื่อนเคยต้องจองตั๋วรถไฟ TGV จากฝรั่งเศสใหม่กระทันหันแบบมี Eurail ต้องจ่ายเงินถึง ~20 Euro แทนที่จะจ่ายแค่ค่าจอง 3 Euro ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มาอยู่อาศัยหรือเรียนในยุโรปมากกว่า 6 เดือน ท่านอาจจะมีสิทธิ์ในการซื้อตั๋วที่เรียกว่า Interrail หลักๆคือตั๋วเหมือนกันแต่สำหรับคนยุโรปใช้ ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากพอสมควรและอาจจะทำให้คุ้มค่ากับการเดินทางโดยใช้ Train Pass ก็เป็นได้ เนื่องจากการใช้ Train Pass มีรายละเอียดมากพอสมควร (ซื้อตั๋วแบบไหน, ใช้อย่างไร, เดินทางและวางแผนอย่างไรให้คุ้มค่า, validate ตั๋วอย่างไร, เดินทางข้ามคืนข้ามประเทศต้องทำอย่างไร, ฯลฯ) จึงขอยกยอดไปเขียนในคราวหน้า เพราะว่าคราวนี้ตั้งใจจะเขียนถึงเทคนิคอื่นๆที่ทางผู้เขียนได้ใช้เป็นประจำ เพื่อให้ได้เดินทางในยุโรปโดยรถไฟในราคาถูกครับ 🙂

หลังจากเกร่นถึนรูปแบบตั๋วมานาน มาเริ่มพูดถึงหลักการสำคัญๆของการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูกดีกว่าครับ หลักการง่ายๆของการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูกและคุ้มค่าคือ “การซื้อให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกจังหวะ ถูกเวลา” 

  • ถูกที่ (Where to buy?) หมายถึงว่าการใช้ Website ให้ถูกต้อง ถ้าเราซื้อตั๋วรถไฟในประเทศไหนก็สมควรที่จะใช้เว็บของประเทศนั้นๆ เพราะว่าส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศจะมีการออกตั๋วโปรโมชั่นราคาถูกมาอยู่เป็นประจำครับ
  • ถูกทาง (How to buy?) หมายถึงว่าเราจะซื้อตั๋วอย่างไรให้ถูก ตั๋วลดราคาส่วนมากจะต้องทำการซื้อผ่านระบบ Online เท่านั้น (และ print ตั๋วไปจากบ้าน หรือว่าไปรับตั๋วที่เครื่องอัตโนมัติที่สถานีรถไฟ) โดยส่วนมากถ้าเรามีบัตรลดรถไฟของแต่ละประเทศเราก็จะได้ซื้อตั๋วราคาถูกลงไปอีกมาก เช่น 16-25 Railcard, SCNF 12-25, 12-30 carte, Vorteils Card, ฯลฯ ซึ่งการที่จะมีบัตรส่วนลดนั้น บางประเทศเราก็ต้องเป็น นร. หรือเป็น Citizen ของประเทศนั้น แต่บางทีเราก็ไม่จำเป็น ขอแค่เข้าเงื่อนไขอายุของบัตรแต่ละประเภทเท่านั้น บางท่านอาจจะบอกว่าการที่เราจะมีบัตรเหล่านี้เราก็ต้องเสียเงินซื้อมาอีกมิใช่หรือ? คำตอบคือใช่ แต่ว่าบางทีค่าสมัครบัตรเหล่านั้นก็ไม่แพงมาก ยกตัวอย่างเช่นบัตร Vorteils Card ของAustria สำหรับนักเรียนราคาแค่ 19 Euro เท่านั้น และสามารถใช้ส่วนลด 50% สำหรับการเดินทางได้ทันที ครั้งแรกที่ผมใช้ก็ลดราคาตั๋วจาก 60 -> 30 Euro คุ้มค่าทำบัตรทันทีหลังจากใช้ครั้งแรกเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราต้องดูดีๆว่าบัตรต่างๆราคาค่าทำบัตรเท่าไหร่ และให้ส่วนลดอะไรบ้าง (ข้อมูลเพิ่มเติมในตารางด้านล่างครับ)
  • ถูกจังหวะ (When to buy?) หมายถึงว่าการซื้อตั๋วโปรโมชั่นต้องรู้ว่าควรซื้อเวลาไหน เพราะว่าแต่ละประเทศมีการออกตั๋วโปรโมชั่นมาในระยะเวลาที่แตกต่างกันครับ เช่น ประเทศเทศทั้วๆไปส่วนมาก (พวก ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, นอร์เวย์, อังกฤษ) ฯลฯ จะออกตั๋วมาล่วงหน้าซักระยะเวลาประมาน 1-2เดือนครับ หมายความว่าถ้าเราซื้อล่วงหน้าก่อน 5 เดือนเราก็อาจจะไม่ได้ตั๋วถูก หรือว่าถ้าเราซื้อล่วงหน้าแค่ 1 อาทิตย์ ตั๋วถูกก็อาจจะโดนซื้อไปหมดแล้วครับ แต่ก็มีบางประเทศเช่นสวีเดน จะมีการออกตั๋ว Last Minutes (สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 26 และคนสูงอายุ) ซึ่งเราสามารถซื้อล่วงหน้าได้เพียงแค่ 1 วัน (24 ชม.) เท่านั้น แต่ราคาจะถูกลงไปกว่าราคาปกติมากๆ หรือหลักการง่ายๆอีกทางคือการ subscribe newsletter ของเว็บไซท์นั้นๆ ซึ่งเค้าก้จะส่งรายละเอียด Promotion มาหาเราทุกครั้งที่มี Campaign ใหม่ๆ (ถ้าเรารำคาญอีเมลเค้าเมื่อไหร่ก็สามารถกดออกได้ตลอดเวลาครับ)
  • ถูกเวลา (What time to depart?) หมายถึงว่าการซื้อตั๋วถูกนั้น ส่วนมากก็จะเป็นตั๋วในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ ชม. เร่งด่วน (non-peak time) คร่าวๆคือหลัง 9 โมงเช้า – เวลาเลิกงานเย็นๆ และหลังจาก 19-20 น. อีกครั้ง (เวลาที่แจ้งเป็นเวลาคร่าวๆและไม่จำเป็นที่จะมีตั๋วถูกเฉพาะเวลาเหล่านี้ เวลาจริงๆสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซท์ของแต่ละประเทศครับ)

ตอนนี้แต่ละท่านอาจจะงงไปกับข้อมูลต่างๆมากมาย ผู้เขียนจึงขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆของเว็บไซท์ ส่วนลด Promotion บัตรพิเศษต่างๆของแต่ละประเทศที่แค่ผ่านพบมาให้ดูกันง่ายๆครับ ส่วนรายละเอียดชัดเจนเจาะลึกรบกวนกดตามไปศึกษาจากแต่ละเว็บไซท์นะครับ เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงบ่อยครับ ตารางด้านล่างนี้เป็นการสรุปเว็บไซท์ทางการของรถไฟแต่ละประเทศรวมทั้ง Promotion ของแต่ละที่ หรือ keywords ที่ใช้ค้นหา สำหรับการซื้อตั๋วในราคาถูกครับ (ระบุเท่าที่ผู้เขียนได้เคยสัมผัส ใช้งาน และรู้มานะครับ หากผู้อ่านท่านใดอยู่ประเทศไหนหรือเคยใช้ที่อื่นแล้วมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป ระกวนช่วยแจ้งกันเข้ามา (ทาง comments หรือ email ก็ได้ครับ) ให้แก้ไข หรือเพิ่มเติมได้นะครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง 😀 )

ป.ล. ส่วนมากเป็นรายละเอียดสำหรับ นักเรียน อายุไม่เกิน ~ 25-30 ปีนะครับ (บางที่ขอแค่เป็นนักเรียน บางที่ขอแค่อายุอยู่ในเกณฑ์ บางที่ต้องการทั้งสองอย่างครับ) ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุเกินก็มีส่วนลดครับ (แต่อาจจะไม่มากเท่า) จึงขออนุญาตไม่นำมาใส่ในที่นี้เนื่องจากจะเยอะมากเกินไปฮะ (หาอ่านได้จากเว็บไซท์นั้นๆครับ) 

ประเทศ Official Train Website & Promotion Keywords
สหราชอาณาจักร

(United Kingdom)

http://www.nationalrail.co.uk

http://www.scotrail.co.uk/

Discount Card:  16-25 Railcard ราคา 28 GBP ลดราคาตั๋วได้ 33% มีระยะเวลาใช้ 1 ปี

Other Discounts: National Express – Funfare (funfare นี้เป็นบริการส่วนลดของรถโค๊ช)

สเปน

(Spain)

http://www.renfe.com/EN/viajeros/index.html

รถไฟที่ประเทศนี้ราคาแพงมากๆฮะ เท่าที่ใช้ดูมาในสเปนยังไม่เจอส่วนลดเลยครับ 😦 ลองพิจารณาใช้รถบัสดูครับ ใช้เวลามากกว่าหน่อยแต่ถูกกว่ามากครับ

ฝรั่งเศส

(France)

http://www.voyages-sncf.com/

ป.ล. เว็บไซท์ฝรั่งเศสไม่มีภาษาอังกฤษนะครับ ไม่ต้องพยายามหาปุ่มเปลี่ยนภาษา – -‘

Discount Card: SCNF 12-25, 12-30 Carte ราคา 49 Euro ใช้ลดราคาได้ อย่างน้อย 30% ถึงมากที่สุด 60% ครับ ตามแต่ที่ว่างที่เหลือในรถไฟแต่ละขบวน

เบลเยี่ยม

(Belgium)

Domestic: https://buy.b-rail.be/eTicketing/ETicketOrdering/InitStrutsActionToWelcome.do?lang=3

International : http://www.b-europe.com/Travel/Booking/Tickets

Other Discounts: บัตร Go10 (ต้องอายุไม่เกิน 26 ปีครับ) ราคาเหมา 10เที่ยว 50 Euro ครับ ตกเที่ยวละแค่ 5 Euro เท่านั้น เดินทางไปที่ไหนก็ได้ภายในประเทศ และสามารถใช้ร่วมกันหลายคนก็ได้ครับ เช่น เดินทางด้วยกัน 5 คนก็สามารถใช้บัตรเดียวกันได้ แต่ต้องกรอกรายละเอียดการเดินทางลงไปในบัตร 5 รอบครับ (เพิ่มเติม: http://www.b-rail.be/nat/E/tarifs/passes/go/)

นอร์เวย์

(Norway)

http://www.nsb.no/?lang=en_US

Other Discount:s Minipris (http://www.nsb.no/our-tickets/minipris-article38289-4337.html)

สวีเดน
(Sweden)
http://www.sj.se/

Other Discounts: Last Minute Ticket (Sista Minuten) สำหรับคนที่อายุตำกว่า 26, นักเรียน หรือ คนสูงอายุ

เยอรมันนี

(Germany)

http://www.bahn.de/i/view/overseas/en/index.shtml

Discount Card: Bahn Card 25

Other Discounts: Europa-Spezial

ออสเตรีย
(Austria)
http://www.oebb.at/en/index.jsp

Discount Card: VORTEILS Card (<26 ปี) ราคาแค่ 19 Euro เท่านั้นสำหรับส่วนลดfixที่ 50% (http://www.oebb.at/en/Reduction_cards/VORTEILScard/index.jsp)

Other Discounts: SpaSchiene, Discover Austria, Discover Europe

อิตาลี

(Italy)

http://www.trenitalia.com/

Other Discounts: มีส่วนลดอยู่หน้าแรกของเว็บครับ

ยังขาดอีกหลายประเทศ ถ้าผู้ใดมีข้อมูล ก็ช่วยๆกันส่งมาได้นะครับ 🙂
 หลังจากที่เราซื้อตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว เรื่องต่อไปคือการไปขึ้นรถไฟจริงๆ อย่างแรกเลยคือเราต้องไปให้ถูกสถานี เพราะว่าส่วนมากเมืองใหญ่ๆ เช่น London, Paris, Vienna, ฯลฯ จะมีหลายสถานีรถไฟมาก และบางทีตั๋วราคาถูกนั้นจะไม่ออกจากสถานีรถไฟหลัก เพราะฉะนั้นเราจึงควรต้องตรวจสอบให้ดีๆก่อนถึงวันเดินทางครับ หลังจากเรามาถึงสถานีแล้ว เราก็ต้องดูให้ดีๆว่าตั๋วทีเราซื้อและ print มาจากบ้านนั้นเราสามารถใช้ได้เลยหรือไม่ หรือว่เราต้องเอา reference number ไปกดเอาตั๋วเดินทางจริงๆจากตู้อัตโนมัติอีกที (ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ถามเจ้าหน้าที่ ที่ช่องขายตั๋วครับ) และส่วนมากแล้วตั๋วราคาถูกจะไม่มีการ reserve ที่นั่งไว้ เพราะฉะนั้นถ้าเราขึ้นรถไฟไปแล้วก็มองซ้ายขวาหาที่ว่างที่ไม่มีการ reserve ไว้ได้เลยครับ บางขบวนก็ว่างมาก บางขบวนก็ต้องแย่งกันขึ้นไปหาที่นั่งว่างครับ ส่วนการจะดูว่าที่นั่งใดถูก reserve ไว้หรือไม่ หลักๆมีอยู่สองระบบครับในย่านนี้ อย่างแรกคือเป็นป้ายคำ electronic ขึ้นเหนือที่นั่งครับ ถ้าเป็นป้ายแต่ไม่มีอะไรขึ้นก็แสดงว่าว่างครับ หรือไม่ก็จะเป็นการเสียบกระดาษไว้เหนือเก้าอี้ฮะ ตำแหน่งอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละรถไฟ แต่ก็ลองมองดูรอบๆครับ ถ้ามีกระดาษเสียบอยู่ เขียนรายละเอียดว่าเก้าอี้ตัวนี้ถูกจองจากสถานีไหนถึงไหนฮะ ถ้าเค้าไม่ได้ขึ้นมาทับกับสถานีที่เราจะไป (เราลงก่อนถึงสถานีที่จะมีคนจองขึ้น) ก็สามารถนั่งได้เช่นเดียวกันฮะ
Advertisements

“กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ ท่องเที่ยวยุโรป” ตอน หาตั๋วเครื่องบินราคาสุดถูก

Standard

Updated: 31 May 2012 : วันนี้พึ่งซื้อไปอีกใบครับ ปรากฎว่าต้องจ่าย credit card fee อีกแล้ว (ย้อนกลับไปลองกด route เดิม ไม่เสีย) สรุปว่า จ่ายไม่จ่ายขึ้นอยู่กับ route ที่เดินทางครับ 🙂
Updated: 30 May 2012 :
ตอนนี้ Ryanair กลับมาใช้บัตร Prepaid Master card ในการลดราคา credit card fee ได้อีกรอบแล้วนะครับ ไม่แน่ใจว่าจะคงไว้อีกนานเท่าไหร่ แต่ตอนนี้กลับมาใช้ได้อย่างปกติแล้วครับ พึ่งซื้อไปอีกสองใบครับ 🙂

หลายๆคนคงอาจจะคิดว่า การไปท่องเที่ยวรอบๆยุโรปหลากหลายที่หลากหลายประเทศในเว็บนี้ ท่าทางจะต้องเสียเงินเสียทองเยอะแยะมากมายแน่ๆเลย เรามันเป็นนักเรียนเบี้ยน้อยหอยน้อย จะเดินทางไปเที่ยวไกลๆประเทศอื่นได้ยังไง นั่งรถไปเที่ยวเมืองข้างๆใกล้ๆดีกว่า แต่หารู้ไม่ว่าบางครั้งค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับต่างประเทศ (ในยุโรป) ยังถูกกว่าค่ารถโดยสารไปสนามบินอีก O_O!  ขอยกตัวอย่างราคาให้เห็นภาพอย่างหนึ่งว่า คำว่าถูกในที่นี้หมายถึงราคาเท่าไหร่ เพราะคำว่าถูกของแต่ละคนไม่เท่ากัน ถูกในที่นี้ที่เคยไปมา เช่น ไปกลับประเทศ Malta ราคา 12 Euro หรือ ไปกลับ Venice, Stockholm ราคาประมาน 40 Euro และยังเคยเจอตั๋วราคา 2 Euro ไปกลับ Sicily (ทางตอนใต้ของ Italy) ซึ่งซื้อไปอย่างไม่ทันได้คิดว่างจะว่างไหม 555+ ขอย้ำว่าราคาที่ว่านี้เป็นราคาไปกลับรวมภาษีและ charge (ซื่งมีวิธีทำให้ไม่ต้องเสียด้วย) เรียบร้อยแล้ว ทำอย่างไร? หาอย่างไร? มีวิธีจ่ายเงินอย่างไร? ที่ทำให้เราได้ราคาที่ถูกแสนถูกอย่างที่เว็บเค้าโฆษณาไว้จริงๆ ไม่โดนชาร์จเพิ่มอีกมากมายติดตามได้เลยครับ

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อตอนต้นปี 2554 ตอนนั้นมาเรียนอยู่ที่เมือง Girona ประเทศ Spain ด้วยความโชคดีที่เมืองนี้เป็น Hub ของสายการบินราคาถูก (Low-Cost Airline) ชื่อดังของยุโรปนามว่า “Ryan Air” ซึ่งจะมีเที่ยวบินมากมายจากหลายๆที่ในยุโรปมาลงที่เมืองนี้ ทำให้สามารถหาตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวถูกๆได้แม้แต่ช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ ย้ำว่าเป็นราคาช่วง Weekend ที่เราสามารถไปเย็นวันศุกร์กลับมาเย็นวันอาทิตย์ หรือระหว่านั้นได้โดยไม่เสียการเรียน (แต่บางครั้งก็อดใจเที่ยวเกินไปซักวันไม่ได้ 😛 555+) ถามว่าเราจะเริ่มต้นหาได้อย่างไรบ้าง

“ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ที่นี้ก่อนว่าเป็นการนำเสนอประสบการณ์และเทคนิคในการหาซื้อตั๋วราคาถูกในการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้รับค่าโฆษณาจากสายการบินหรือเว็บไซท์ใดๆทั้งสิ้น โดยที่พยายามทำให้ข้อมูลในนี้ทันสมัยที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้ ณ เวลาที่เขียน (~ August 2011) อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะราคาตั๋วเครื่องบิน และโปรโมชั่นต่างๆ มีการเปลี่นแปลงขึ้นลงได้ตลอดเวลา (โดยเฉพาะ Ryanair อาจจะเจอเหตุการณ์ที่จองทีหลังแต่ราคาลดลงก็เป็นได้) กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นอย่างที่เราต้องการและพอใจก่อนทำการซื้อตั๋วใดๆ เพราะส่วนมากแล้วตั๋วราคาถูกมักจะเปลี่ยนชื่อผู้โดยสาร หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ใดๆไม่ค่อยจะได้ หรือ ถ้าได้ก็แพงมากเลยทีเดียว (ประมาณว่าตั๋วถูกมากแต่ถ้าเราเปลี่ยนแปลงอะไร หรือไม่ทำทำอะไรตามกฎเค้าแล้วจะต้องจ่ายเพิ่มแพงมากเลยทีเดียว)”

1. สิ่งแรกที่เราต้องทำคือหาเวลาว่างที่จะไปเที่ยวประมาน 1 เดือนล่วงหน้า จากนั้นก็จะมีอยู่ 2 กรณี คือ เรามีเวลาว่างอยากเที่ยวแต่ยังไม่รู้ไปไหนดี หรือว่ามีเวลาว่างและมีปลายทางที่เราต้องการจะเที่ยวเอาไว้แล้ว

ถ้าเป็นกรณีแรก คือยังไม่รู้ไปไหน ขอแนะนำให้เข้าเว็บไซท์ชื่อ http://www.skyscanner.net/  ซึ่งเป็นเว็บไซท์เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน คล้ายๆกับเว็บเปรียบเทียบราคาตั๋วอื่น เช่น Momondo แต่จะมีข้อดี (อย่างมากๆ) กว่าเว็บอื่นๆคือ เราสามารถระบุต้นทางได้เป็นเมือง เช่น ใน Londonก็จะมีสนามบินมากมาย ซึ่งบางทีตั๋วจากต่างๆสนามบินในLondon ไปจุดหมายปลายทางเดียวกันราคาอาจจะต่างกันอย่างมากมายได้ ซึ่งเว็บนี้เราสามารถระบุว่าเราจะเดินทางจากสนามบิน London (Any) ซึ่งหมายความว่าหาจากทุกสนามบินใน London และเราก็ยังสามารถระบุปลายทางเป็น City XX (Any) ได้เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่หมดเท่านี้ ข้อดีสุดๆอีกอย่างคือเราจะสามารถระบุปลายทางเป็น Everywhere ได้ พูดง่ายๆคือ เราอยากจะไปเที่ยววันที่ xx/xx/20xx แต่ไปที่ไหนก็ได้ที่ราคาถูก เว็บนี้ก็จะสามารถเรียงจุดหมายปลายทางและราคาให้เราได้โดยอัตโนมัติ ดังเช่นภาพด้านล่างนี้


จากนั้นเราก็สามารถเข้าไปเทียบราคา สายการบิน ช่วงเวลาที่เราต้องการในหน้าต่อๆไปดังรูปด้านล่าง โดยที่เราก็สามารถกด Option เสริมด้านบนที่ชื่อว่า Flexible? save… ได้อีก เนื่องจากบางครั้งเว็บก็จะมีการเสนอเส้นทางที่ราคาถูกกว่านี้โดยเลื่อนเป็นสนามบินใกล้เคียง หรือเลื่อนวันเดินทางได้ อีกข้อควรสังเกตคือ ด้านใต้ปุ่ม BOOK ใต้ราคาอีกทีจะเป็นเวลาที่เช็คค่าตั๋วนี้ครั้งล่าสุด โดยที่เราควรที่จะกด Update ราคาให้เป็น Live โดยการคลิกไปที่เวลานั่นแหละ เพื่อที่จะได้ราคาที่ใกล้เคียงกลับความเป็นจริงมากที่สุด ดังรูปด้านล่าง

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสายการบินราคาถูกก็จะเป็น Ryanair ซึ่งเราก็สามารถเข้าเว็บ Ryanair ไปซื้อได้ด้วยตัวเองหรือกดปุ่ม BOOK เขียวๆก็ได้ และจริงๆแล้วก็จะพบว่าราคาตั๋วในเว็บ Ryanair จริงๆจะถูกกว่าราคาในเว็บนี้อีกด้วย O_O

หรือว่าในกรณีที่เราอยากหา flight ราคาถูกของ Ryanair ว่ามีจากสนามบินใกล้ๆกับที่เราอยู่ไปที่ไหนบ้าง ก็ให้เข้าไปที่เว็บ Ryanair แล้วกดไปที่ Route Map จากนั้นก็กดที่เมืองที่เราอยู่ แล้วก็จะมีเส้นทางลากจากเมืองนั้นๆไปยังจุดหมายปลายทางที่ Ryan Air มีเส้นทางบินไปทั้งหมดด้วย ดังภาพด้านล่าง ทำให้เราเห็นภาพโดยรวมมากขึ้นว่าเราสามารถหาตั๋วถูกจากเมืองที่เราอยู่ไปยังเมืองเหล่านี้ได้ โดยให้สังเกตว่าเมืองที่เป็นสี่เหลี่ยมสีแดงๆคือ Hub หลักของ Ryanair โดยจะมี flight เข้าออกเยอะกว่าเมืองปกติ (วงกลมสีเหลือง)

2. จ่ายเงินอย่างไรให้ถูก? สายการบิน Lowcost ทั้งหลายแหล่ (เน้น Ryanair) จะดำเนินการในหลักการที่ว่า “ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น” เพราะฉะนั้นถ้าเราเพิ่มกระเป๋าโหลดใต้เครื่องก็ต้องจ่ายเพิ่ม ซื้อประกันก็ต้องจ่ายเพิ่ม อยากนั่งด้านหน้าก็ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่อยากเข้าคิวรอขึ้นเครื่องก็ต้องจ่ายเพิ่ม และสุดท้ายจ่ายเงินด้วยบัตร Credit หรือ Debit ต่างๆก็ต้องจ่ายตังเพิ่ม! ถึงแม้ว่าเราจะมี Ryanair VISA, Ryanair Master card ก็ยังต้องจ่าย fee ราคา 6 euro ต่อเที่ยวต่อคนอยู่ดี (กลายเป็นว่าเราต้องจ่ายเพิ่ม 12 Euro ต่อคนต่อตั๋วไปกลับ ซึ่งบางทีอาจจะแพงกว่าค่าตั๋วเราอีก) แต่ยังดีที่ตามกฎ EU มีอย่างหนึ่งที่ว่าอย่างไรก็ตาม สายการบินต้องสามารถที่จะจำหน่ายตั๋วในราคาที่โฆษณาไว้ได้จริง ซึ่ง Ryan air ก็ต้องทำตามเช่นกัน โดยที่ถ้าเราจ่ายโดยใช้บัตรที่เรียกว่า “Prepaid Mastercard” เราจะไม่ต้องเสีย fee ใดๆทั้งสิ้น เย่! แต่อะไรคือ Prepaid Mastercard หละ? แน่นอนว่าบัตรนี้หลายๆคนไม่รู้จัก และคงมีคนจำนวนน้อยที่มีบัตรนี้เพราะ Ryanair เค้าคงไม่เอาบัตรที่คนมีกันเยอะๆ เช่น VISA, Mastercard มาให้ใช้โดยไม่ต้องจ่าย fee แน่ๆ

Prepaid Mastercard” เป็นบัตรคล้ายๆกับที่เรียกว่า Virtual Debit Card คือเป็นบัตรที่ไม่มีตัวตนจริงๆ ไม่มีบัตรแข็งๆจริง เป็นบัตรที่อาจจะเป็นแค่กระดาษหนึ่งใบ แต่แค่มี ชื่อ, รหัสบัตร, วันหมดอายุ, และ CVV ที่ปกติอยู่หลังบัตร พิมพ์มาบนกระดาษแค่นั้น โดยหลักการใช้ง่ายๆคือเราต้องจ่ายเงิน หรือ เติมเงินลงไปในบัตรก่อนที่เราจะใช้ และเราสามารถใช้ซื้อของ Online ผ่านระบบ Internet เหมือนกับการกรอกรหัสจากบัตรแข็งจริงๆทั้วไป แล้วเราสามารถหาบัตรใบนี้ได้จากที่ไหนหละ? มีหลายๆทางที่เราสามารถหาบัตรใบนี้มาใช้ได้ (เรียกว่าบัตรแต่จริงๆอาจเป็นแค่กระดาษเขียนข้อมูลใบหนึ่ง) บางธนาคารสามารถออกบัตรใบนี้ให้เราถ้าเราขอ (คล้ายๆกับบัตรเครดิตทั้วไป) โดยอาจมีค่าธรรมเนียม หรือว่า ฟรี (เช่น ธนาคาร Santander สามารถออกบัตรนี้ให้เราได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ) อีกทั้งบางประเทศเราสามารถหาซื้อ Prepaid Mastercard ได้ตามร้านขายของทั้วไปแล้วเราสามารถเติมเงินเข้าไปได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ แต่อาจจะมีค่าบัตรเล็กน้อย เช่น เยอรมันนี หรือ สวีเดน (และอื่นๆที่ไม่มีข้อมูล ใครทราบรบกวนช่วย comment บอกกล่าวกันด้วย)

—————————————————————————————————————————————

โดยสรุปแล้วการเดินทางในยุโรปราคาถูกส่วนใหญ่จะเดินทางโดยสายการบินชื่อ Ryan air แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสายการบินอย่างอื่นนะ จริงๆก็ยังมีอยู่ เช่น Easy Jet หรือ อื่นๆ ซึ่งโดยรวมๆแล้วราคาจะสูงกว่า Ryanair แต่เป็นที่แน่นอนว่าบริการต่างๆจะดีกว่า และ อาจจะไม่เข้มงวดกับเรื่องกระเป๋า carry-on มากเท่า Ryanair ซึ่งการเดินทางโดย Ryanair ที่ถูกที่สุด คือการ Subscribe Newsletter ของเค้าแล้วเราก็จะได้ email โฆษณาตั๋วราคาถูกเป็นประจำซึ่งราคาโปรโมชั่นจะวนอยู่ที่ 7 Euro -> 9 Euro เท่านั้น อีกทั้งบางทีเข้าไปดูจริงๆราคาถูกกว่านั้นอีกด้วย (งงกะมันจริงๆ ยังเคยได้ตั๋วไปกลับItaly ราคา 2 Euro มาแล้ว) รวมถึงการที่เราไม่ load กระเป๋าใต้เครื่อง ขนแต่ carry-on ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่สายการบินที่อนุญาตให้เอา carry-on เยอะได้ถึง 10 kg. (ตามหลักการ แม้แต่ว่าบางสายการบินจะไม่ตรวจอย่างจริงจังเท่า Ryanair) แต่เราต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า Ryanair จะเข้มงวดกับ จำนวนกระเป๋า (1ใบเท่านั้น กระเป๋าคาดเอว หรือกระเป๋าถือผู้หญิงใบเล็กๆยังไม่ได้), นน.กระเป๋า ขนาดกระเป๋า (55cm x 40cm x 20cm.) มาก (ถึงมากที่สุด) โดยที่ถ้าเราเอากระเป๋าเกินจำนวน เกินน้ำหนัก เกินขนาด หรือไม่พิมพ์ตั๋วเองไปจากบ้าน เราจะต้องเสียค่าปรับสูงถึง 40 Euro ต่อรายการที่เราเกินเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเราซื้อตั๋วราคาถูกแล้วเราไม่เอา option เสริม ไม่ทำผิดกฎ และพิมพ์ตั๋วไปเอง เราก็จะได้ตั๋วราคาถูกไปเที่ยวสมใจ ดูเหมือนว่ากฎจะเยอะ แต่จริงๆมันอาจไม่เครียดขนาดนั้น แล้วแต่ดวงด้วย มีหลายครั้งที่เราใส่ของเกิน 10 kg แต่ทำเนียน สะพายดูเบาๆ อีกทั้งขนาดกระเป๋าเราพอดีที่จะใส่ในช่องที่เค้าเอาไว้ตรวจก็รอดหลายครั้งไป (และก็โดนจนต้องทิ้งของบางอย่างบางครั้งเช่นกัน) รูปกระเป๋าที่พอดีไซส์ Ryanair ดูได้ตามด้านล่างฮะ โดยใน 10โล สามารถ ขน DSLR + 2 lenses + Gorilla Pod ไปได้ พร้อมกับชุดที่พร้อมท่องเที่ยวได้ 3-5 วัน ฮะ

สุดท้ายนี้เห็นว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและทำให้หลายๆคนที่อยู่แถวๆยุโรปนี้ได้ไปเที่ยวในราคาถูกแสนถูกกันบ้าง ใช้เวลาที่เราอยู่แถวนี้ซื้อประสบการณ์ราคาถูกให้คุ้มค่ามากที่สุดจะดีกว่าเสียเงินเสียทองบินข้ามทวีปมาเที่ยวยุโรปไกลๆในภายหลังที่เรากลับไปยังประเทศไทยแล้วดีกว่าครับ ใครมีข้อคิดเห็นอะไร ข้อเสนอแนะอะไร หรือว่าประสบการณ์การใช้ Low-cost Airline อย่างไร ก็เอามาสอบถามหรือแชร์กันได้เต็มที่นะครับ

ขอให้สนุกกับการเดินทางราคาถูกโดยสายการบินราคาถูกครับ

AMORNTARtraveller ^_^)/