Tag Archives: ตั๋วรถไฟถูก

“กลเม็ดเคล็ด(ไม่)ลับ ท่องเที่ยวยุโรป” ตอน เดินทางโดยรถไฟอย่างไรให้ถูก

Standard

สวัสดีทุกคนครับ!

ขออภัยจริงๆที่ห่างหายจากการ Update ไปนานพอสมควร จริงๆแล้วมีสาเหตุมาจากมรสุมการเรียนที่หนักเหลือเกินในเทอมที่แล้ว – -‘ อีกทั้งยังเป็นช่วงต่อของหลายๆอย่าง (ส่วนมากเป็นเรื่องอนาคตการเรียนต่อ และทำงานในยุโรป) จึงต้องสละเวลาอัพเดทไปจัดการเรื่องเหล่านั้นซักเล็กน้อย (จะได้มีโอกาสอยู่ยุโรปท่องเที่ยวต่อได้อีกนานๆ ;P) กลับมารอบนี้อยากจะมาอัพเดทการเดินทางในยุโรปโดยรถไฟอย่างไรให้ถูก สะดวกสบาย และปลอดภัยกันครับ  ถ้าพร้อมออกเดินทางไปด้วยกันแล้ว ก็เชิญติดตามได้เลยครับ 😀

Map for railway in Europe (only for most of the major cities)

หากใครหลายๆคนได้มีโอกาสมาเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป (โดยไม่ได้พึ่งทัวร์) ผมคิดว่าโดยส่วนมากแล้วคงจะได้ใช้และสัมผัสการเดินทางโดยรถไฟกันแทบทุกคน เนื่องจากการเดินทางโดยรถไฟในยุโรปนั้นสะดวกสบายและครอบคลุมอย่างมาก ผมว่าอาจจะเป็นทวีปที่เดินทางโดยรถไฟแล้วสะดวกที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางโดยรถไฟนั้นอาจมีข้อจำกัดต่างๆอยู่บ้าง เช่นบางเมืองเล็กๆสวยๆก็ไม่มีรถไฟเข้าถึง หรือการหยุดพักก็อาจจะไม่สะดวกตามใจเราต้องการ แต่ก็ถือว่าทำให้ชีวิตการเดินทางของเราง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว บทความคราวนี้จะพยายามเขียนถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆเกี่ยวกับการใช้รถไฟในยุโรป อาทิเช่น การจองตั๋วอย่างไรให้ถูก! การจองที่นั่ง การเปลี่ยนขบวน การต่อรถไฟ (รวมทั้งการตกรถไฟ ทำอย่างไร?) และเรื่องอื่นๆมากมายให้ได้ครอบคลุมที่สุด หวังว่าทุกๆคนจะสนุกสนานไปกับการเดินทางโดยรถไฟกับ AMORNTARtraveller ครั้งนี้นะครับ

เริ่มเรื่องด้วยการจองรถไฟและการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูก บางคนเมื่อกล่าวถึงการเดินทางโดยรถไฟในยุโรปแล้วก็นึกไปถึงการเดินทางโดยใช้บัตร Eurail Pass (ยูเรลพาส) แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อว่าการใช้ตั๋ว Eurail Pass นั้น ไม่ถูกไปกว่าการจองเองเลย! (ยกเว้นบางกรณีที่เราจองกระชั้นชิดมากๆจริงๆ) หรืออย่างมากๆก็จะจบลงที่ราคาเท่ากัน แต่จะแพงกว่าซะส่วนใหญ่ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าแลกมากับความสะดวกที่เราไม่ต้องไปนั่งซื้อตั๋วรถไฟแยกแต่ละที่ แต่หารู้ไม่ว่าถ้าเรามีตั๋ว Eurail แล้ว เรายังต้องไปนั่งทำการเช็ครอบรถไฟเพื่อนเดินทางเองอีกครั้ง (งานแทบจะเท่ากัน – -‘) และการใช้รถไฟความเร็วสูง (HighSpeed Train เช่น TGV (France), Thalys (Belgium), EuroStar (UK), RailJet, etc…) ยังต้องทำการจองที่นั่งล่วงหน้าอีกด้วย และการจองที่นั่งนั้นก็จะเสียค่าจองตั้งแต่ 2.5 – 10 Euro ตามแต่ประเทศ ตามแต่ขบวน สรุปท้ายแล้วค่าตั๋ว + ค่าจอง ก็จะเท่าๆกับการซื้อแยก (หรือแพงกว่า) แต่อาจจะลดความเสี่ยงในเวลาที่เราตกรถไฟไปบ้างก็เท่านั้น เพราะว่าเวลาถ้าเราตกรถไฟแบบ Regional train (เน้นว่ารถไฟแบบท้องถิ่น (regional)เท่านั้น ไม่ใช่การตกรถไฟความเร็วสูง) เราก็จะสามารถขึ้นขบวนต่อไปได้เลยโดยที่ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ เพราะว่าเราไม่ต้องทำการจองที่นั่งสำหรับการขึ้นรถไฟท้องถิ่น แต่ถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูงแล้วหละก็ เราก็ยังคงต้องไปตามจองที่นั่งใหม่อีกรอบเช่นกัน และในบางกรณีที่ ที่นั่งสำหรับคนที่ซื้อตั๋ว Eurail ในขบวนโดนจองไปหมดแล้ว (จำนวนที่นั่งในรถไฟขบวนหนึ่งๆที่ถูกกันไว้เพื่อนคนที่ใช้ตั๋ว Eurail มีจำนวนจำกัด ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆคือไม่ใช่ว่าเราจะสามารถจองที่นั่งได้ทั้งขบวน) เราก็จะต้องเสียค่าจองที่แพงกว่าปกติมาก (ประมานว่าซื้อตั๋วราคาปกติโดยอาจจะมีส่วนลดนิดหน่อย) ยกตัวอย่างที่เพื่อนเคยต้องจองตั๋วรถไฟ TGV จากฝรั่งเศสใหม่กระทันหันแบบมี Eurail ต้องจ่ายเงินถึง ~20 Euro แทนที่จะจ่ายแค่ค่าจอง 3 Euro ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มาอยู่อาศัยหรือเรียนในยุโรปมากกว่า 6 เดือน ท่านอาจจะมีสิทธิ์ในการซื้อตั๋วที่เรียกว่า Interrail หลักๆคือตั๋วเหมือนกันแต่สำหรับคนยุโรปใช้ ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากพอสมควรและอาจจะทำให้คุ้มค่ากับการเดินทางโดยใช้ Train Pass ก็เป็นได้ เนื่องจากการใช้ Train Pass มีรายละเอียดมากพอสมควร (ซื้อตั๋วแบบไหน, ใช้อย่างไร, เดินทางและวางแผนอย่างไรให้คุ้มค่า, validate ตั๋วอย่างไร, เดินทางข้ามคืนข้ามประเทศต้องทำอย่างไร, ฯลฯ) จึงขอยกยอดไปเขียนในคราวหน้า เพราะว่าคราวนี้ตั้งใจจะเขียนถึงเทคนิคอื่นๆที่ทางผู้เขียนได้ใช้เป็นประจำ เพื่อให้ได้เดินทางในยุโรปโดยรถไฟในราคาถูกครับ 🙂

หลังจากเกร่นถึนรูปแบบตั๋วมานาน มาเริ่มพูดถึงหลักการสำคัญๆของการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูกดีกว่าครับ หลักการง่ายๆของการซื้อตั๋วรถไฟให้ถูกและคุ้มค่าคือ “การซื้อให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกจังหวะ ถูกเวลา” 

  • ถูกที่ (Where to buy?) หมายถึงว่าการใช้ Website ให้ถูกต้อง ถ้าเราซื้อตั๋วรถไฟในประเทศไหนก็สมควรที่จะใช้เว็บของประเทศนั้นๆ เพราะว่าส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศจะมีการออกตั๋วโปรโมชั่นราคาถูกมาอยู่เป็นประจำครับ
  • ถูกทาง (How to buy?) หมายถึงว่าเราจะซื้อตั๋วอย่างไรให้ถูก ตั๋วลดราคาส่วนมากจะต้องทำการซื้อผ่านระบบ Online เท่านั้น (และ print ตั๋วไปจากบ้าน หรือว่าไปรับตั๋วที่เครื่องอัตโนมัติที่สถานีรถไฟ) โดยส่วนมากถ้าเรามีบัตรลดรถไฟของแต่ละประเทศเราก็จะได้ซื้อตั๋วราคาถูกลงไปอีกมาก เช่น 16-25 Railcard, SCNF 12-25, 12-30 carte, Vorteils Card, ฯลฯ ซึ่งการที่จะมีบัตรส่วนลดนั้น บางประเทศเราก็ต้องเป็น นร. หรือเป็น Citizen ของประเทศนั้น แต่บางทีเราก็ไม่จำเป็น ขอแค่เข้าเงื่อนไขอายุของบัตรแต่ละประเภทเท่านั้น บางท่านอาจจะบอกว่าการที่เราจะมีบัตรเหล่านี้เราก็ต้องเสียเงินซื้อมาอีกมิใช่หรือ? คำตอบคือใช่ แต่ว่าบางทีค่าสมัครบัตรเหล่านั้นก็ไม่แพงมาก ยกตัวอย่างเช่นบัตร Vorteils Card ของAustria สำหรับนักเรียนราคาแค่ 19 Euro เท่านั้น และสามารถใช้ส่วนลด 50% สำหรับการเดินทางได้ทันที ครั้งแรกที่ผมใช้ก็ลดราคาตั๋วจาก 60 -> 30 Euro คุ้มค่าทำบัตรทันทีหลังจากใช้ครั้งแรกเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราต้องดูดีๆว่าบัตรต่างๆราคาค่าทำบัตรเท่าไหร่ และให้ส่วนลดอะไรบ้าง (ข้อมูลเพิ่มเติมในตารางด้านล่างครับ)
  • ถูกจังหวะ (When to buy?) หมายถึงว่าการซื้อตั๋วโปรโมชั่นต้องรู้ว่าควรซื้อเวลาไหน เพราะว่าแต่ละประเทศมีการออกตั๋วโปรโมชั่นมาในระยะเวลาที่แตกต่างกันครับ เช่น ประเทศเทศทั้วๆไปส่วนมาก (พวก ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, นอร์เวย์, อังกฤษ) ฯลฯ จะออกตั๋วมาล่วงหน้าซักระยะเวลาประมาน 1-2เดือนครับ หมายความว่าถ้าเราซื้อล่วงหน้าก่อน 5 เดือนเราก็อาจจะไม่ได้ตั๋วถูก หรือว่าถ้าเราซื้อล่วงหน้าแค่ 1 อาทิตย์ ตั๋วถูกก็อาจจะโดนซื้อไปหมดแล้วครับ แต่ก็มีบางประเทศเช่นสวีเดน จะมีการออกตั๋ว Last Minutes (สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 26 และคนสูงอายุ) ซึ่งเราสามารถซื้อล่วงหน้าได้เพียงแค่ 1 วัน (24 ชม.) เท่านั้น แต่ราคาจะถูกลงไปกว่าราคาปกติมากๆ หรือหลักการง่ายๆอีกทางคือการ subscribe newsletter ของเว็บไซท์นั้นๆ ซึ่งเค้าก้จะส่งรายละเอียด Promotion มาหาเราทุกครั้งที่มี Campaign ใหม่ๆ (ถ้าเรารำคาญอีเมลเค้าเมื่อไหร่ก็สามารถกดออกได้ตลอดเวลาครับ)
  • ถูกเวลา (What time to depart?) หมายถึงว่าการซื้อตั๋วถูกนั้น ส่วนมากก็จะเป็นตั๋วในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ ชม. เร่งด่วน (non-peak time) คร่าวๆคือหลัง 9 โมงเช้า – เวลาเลิกงานเย็นๆ และหลังจาก 19-20 น. อีกครั้ง (เวลาที่แจ้งเป็นเวลาคร่าวๆและไม่จำเป็นที่จะมีตั๋วถูกเฉพาะเวลาเหล่านี้ เวลาจริงๆสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซท์ของแต่ละประเทศครับ)

ตอนนี้แต่ละท่านอาจจะงงไปกับข้อมูลต่างๆมากมาย ผู้เขียนจึงขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆของเว็บไซท์ ส่วนลด Promotion บัตรพิเศษต่างๆของแต่ละประเทศที่แค่ผ่านพบมาให้ดูกันง่ายๆครับ ส่วนรายละเอียดชัดเจนเจาะลึกรบกวนกดตามไปศึกษาจากแต่ละเว็บไซท์นะครับ เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงบ่อยครับ ตารางด้านล่างนี้เป็นการสรุปเว็บไซท์ทางการของรถไฟแต่ละประเทศรวมทั้ง Promotion ของแต่ละที่ หรือ keywords ที่ใช้ค้นหา สำหรับการซื้อตั๋วในราคาถูกครับ (ระบุเท่าที่ผู้เขียนได้เคยสัมผัส ใช้งาน และรู้มานะครับ หากผู้อ่านท่านใดอยู่ประเทศไหนหรือเคยใช้ที่อื่นแล้วมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป ระกวนช่วยแจ้งกันเข้ามา (ทาง comments หรือ email ก็ได้ครับ) ให้แก้ไข หรือเพิ่มเติมได้นะครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง 😀 )

ป.ล. ส่วนมากเป็นรายละเอียดสำหรับ นักเรียน อายุไม่เกิน ~ 25-30 ปีนะครับ (บางที่ขอแค่เป็นนักเรียน บางที่ขอแค่อายุอยู่ในเกณฑ์ บางที่ต้องการทั้งสองอย่างครับ) ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุเกินก็มีส่วนลดครับ (แต่อาจจะไม่มากเท่า) จึงขออนุญาตไม่นำมาใส่ในที่นี้เนื่องจากจะเยอะมากเกินไปฮะ (หาอ่านได้จากเว็บไซท์นั้นๆครับ) 

ประเทศ Official Train Website & Promotion Keywords
สหราชอาณาจักร

(United Kingdom)

http://www.nationalrail.co.uk

http://www.scotrail.co.uk/

Discount Card:  16-25 Railcard ราคา 28 GBP ลดราคาตั๋วได้ 33% มีระยะเวลาใช้ 1 ปี

Other Discounts: National Express – Funfare (funfare นี้เป็นบริการส่วนลดของรถโค๊ช)

สเปน

(Spain)

http://www.renfe.com/EN/viajeros/index.html

รถไฟที่ประเทศนี้ราคาแพงมากๆฮะ เท่าที่ใช้ดูมาในสเปนยังไม่เจอส่วนลดเลยครับ 😦 ลองพิจารณาใช้รถบัสดูครับ ใช้เวลามากกว่าหน่อยแต่ถูกกว่ามากครับ

ฝรั่งเศส

(France)

http://www.voyages-sncf.com/

ป.ล. เว็บไซท์ฝรั่งเศสไม่มีภาษาอังกฤษนะครับ ไม่ต้องพยายามหาปุ่มเปลี่ยนภาษา – -‘

Discount Card: SCNF 12-25, 12-30 Carte ราคา 49 Euro ใช้ลดราคาได้ อย่างน้อย 30% ถึงมากที่สุด 60% ครับ ตามแต่ที่ว่างที่เหลือในรถไฟแต่ละขบวน

เบลเยี่ยม

(Belgium)

Domestic: https://buy.b-rail.be/eTicketing/ETicketOrdering/InitStrutsActionToWelcome.do?lang=3

International : http://www.b-europe.com/Travel/Booking/Tickets

Other Discounts: บัตร Go10 (ต้องอายุไม่เกิน 26 ปีครับ) ราคาเหมา 10เที่ยว 50 Euro ครับ ตกเที่ยวละแค่ 5 Euro เท่านั้น เดินทางไปที่ไหนก็ได้ภายในประเทศ และสามารถใช้ร่วมกันหลายคนก็ได้ครับ เช่น เดินทางด้วยกัน 5 คนก็สามารถใช้บัตรเดียวกันได้ แต่ต้องกรอกรายละเอียดการเดินทางลงไปในบัตร 5 รอบครับ (เพิ่มเติม: http://www.b-rail.be/nat/E/tarifs/passes/go/)

นอร์เวย์

(Norway)

http://www.nsb.no/?lang=en_US

Other Discount:s Minipris (http://www.nsb.no/our-tickets/minipris-article38289-4337.html)

สวีเดน
(Sweden)
http://www.sj.se/

Other Discounts: Last Minute Ticket (Sista Minuten) สำหรับคนที่อายุตำกว่า 26, นักเรียน หรือ คนสูงอายุ

เยอรมันนี

(Germany)

http://www.bahn.de/i/view/overseas/en/index.shtml

Discount Card: Bahn Card 25

Other Discounts: Europa-Spezial

ออสเตรีย
(Austria)
http://www.oebb.at/en/index.jsp

Discount Card: VORTEILS Card (<26 ปี) ราคาแค่ 19 Euro เท่านั้นสำหรับส่วนลดfixที่ 50% (http://www.oebb.at/en/Reduction_cards/VORTEILScard/index.jsp)

Other Discounts: SpaSchiene, Discover Austria, Discover Europe

อิตาลี

(Italy)

http://www.trenitalia.com/

Other Discounts: มีส่วนลดอยู่หน้าแรกของเว็บครับ

ยังขาดอีกหลายประเทศ ถ้าผู้ใดมีข้อมูล ก็ช่วยๆกันส่งมาได้นะครับ 🙂
 หลังจากที่เราซื้อตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว เรื่องต่อไปคือการไปขึ้นรถไฟจริงๆ อย่างแรกเลยคือเราต้องไปให้ถูกสถานี เพราะว่าส่วนมากเมืองใหญ่ๆ เช่น London, Paris, Vienna, ฯลฯ จะมีหลายสถานีรถไฟมาก และบางทีตั๋วราคาถูกนั้นจะไม่ออกจากสถานีรถไฟหลัก เพราะฉะนั้นเราจึงควรต้องตรวจสอบให้ดีๆก่อนถึงวันเดินทางครับ หลังจากเรามาถึงสถานีแล้ว เราก็ต้องดูให้ดีๆว่าตั๋วทีเราซื้อและ print มาจากบ้านนั้นเราสามารถใช้ได้เลยหรือไม่ หรือว่เราต้องเอา reference number ไปกดเอาตั๋วเดินทางจริงๆจากตู้อัตโนมัติอีกที (ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ถามเจ้าหน้าที่ ที่ช่องขายตั๋วครับ) และส่วนมากแล้วตั๋วราคาถูกจะไม่มีการ reserve ที่นั่งไว้ เพราะฉะนั้นถ้าเราขึ้นรถไฟไปแล้วก็มองซ้ายขวาหาที่ว่างที่ไม่มีการ reserve ไว้ได้เลยครับ บางขบวนก็ว่างมาก บางขบวนก็ต้องแย่งกันขึ้นไปหาที่นั่งว่างครับ ส่วนการจะดูว่าที่นั่งใดถูก reserve ไว้หรือไม่ หลักๆมีอยู่สองระบบครับในย่านนี้ อย่างแรกคือเป็นป้ายคำ electronic ขึ้นเหนือที่นั่งครับ ถ้าเป็นป้ายแต่ไม่มีอะไรขึ้นก็แสดงว่าว่างครับ หรือไม่ก็จะเป็นการเสียบกระดาษไว้เหนือเก้าอี้ฮะ ตำแหน่งอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละรถไฟ แต่ก็ลองมองดูรอบๆครับ ถ้ามีกระดาษเสียบอยู่ เขียนรายละเอียดว่าเก้าอี้ตัวนี้ถูกจองจากสถานีไหนถึงไหนฮะ ถ้าเค้าไม่ได้ขึ้นมาทับกับสถานีที่เราจะไป (เราลงก่อนถึงสถานีที่จะมีคนจองขึ้น) ก็สามารถนั่งได้เช่นเดียวกันฮะ